logo
Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus error sit voluptatem accusantium doloremque.
+387648592568
info@elatedthemes.com
Eighth Avenue 487, New York
Instagram Feed
Search

Blog

น้ำสลัดแบ่งออกเป็นกี่ประเภท? เหมาะกับอาหารแบบไหนบ้าง?

น้ำสลัด เครื่องเคียงเพิ่มรสชาติจานสลัดเพื่อสุขภาพ

สลัดเป็นเมนูเพื่อสุขภาพ เกิดจากการนำผักและผลไม้หลากหลายชนิดมารับประทานร่วมกัน โดยสลัดบางชนิดอาจจะใส่เนื้อสัตว์ด้วย มีตัวช่วยในการเพิ่มรสชาติ คือ น้ำสลัด ในปัจจุบันมีน้ำสลัดจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้ามากมาย แต่น้ำสลัดที่ดีต่อสุขภาพและคนนิยมจริง ๆ กลับเป็นน้ำสลัดโฮมเมด ซึ่งน้ำสลัดโฮมเมดนี้มีความโดดเด่นเรื่องรสชาติและสีสันที่แตกต่างกัน การรับประทานจึงแตกต่างกันด้วย โดยน้ำสลัดโฮมเมดสามารถแบ่งได้กว้าง ๆ เป็น 10 ชนิด ดังนี้

1

น้ำสลัดบัลสามิกใส

Balsamic Vinaigrette Dressing

น้ำสลัด Balsamic Vinaigrette เป็นน้ำสลัดแบบใส โดย Balsamic คือ น้ำส้มสายชูจากอิตาลี เกิดจากหมักผลไม้ มักจะใช้องุ่นเคี่ยวจนข้นแล้วจึงนำลงหมักในถังไม้จนเกิดกลิ่น สีสัน และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ น้ำส้มสายชูนี้เป็นส่วนผสมที่นิยมนำมาทำเป็นน้ำสลัดใส จนกลายเป็นน้ำสลัดแบบคลาสสิค เหมาะกับจานสลัดเกือบทุกชนิด

วิธีรับประทาน:

ผสมน้ำมันมะกอก น้ำส้มสายชู Balsamic เกลือ และพริกไทยป่นลงในภาชนะ แล้วเขย่าให้เข้ากัน ชิมรสชาติตามชอบ หากน้ำสลัดมีรสชาติใดรสชาติหนึ่งโดดออกมาให้เติมน้ำมันมะกอก และหากน้ำสลัดมีรสชาติเข้มข้นเกินไปให้เติมน้ำส้มสายชู Balsamic ลงไป นอกจากนั้นยังสามารถเติมกระเทียม มัสตาร์ด สมุนไพร น้ำผึ้ง และน้ำตาลทรายแดงลงไปได้ตามความชอบ

2

น้ำสลัดแรนช์

Ranch dressing

น้ำสลัด Ranch เป็นน้ำสลัดแบบข้นเนื้อครีม คำว่า Ranch หมายถึง ฟาร์มปศุสัตว์ เหตุที่ใช้ชื่อนี้เพราะวัตถุดิบที่ใช้ในการทำน้ำสลัดชนิดนี้สามารถหาได้อย่างครบถ้วนในฟาร์ม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบน้ำสลัดแบบข้นคล้ายมายองเนส นิยมรับประทานกับสลัดผักสดหลากหลายชนิด หรือจะทำเป็นน้ำจิ้มแบบ Dipping จิ้มกินกับขนมปังก็ได้

วิธีรับประทาน:

นำครีมหมักรสเปรี้ยว (Sour Cream) หรือนมเปรี้ยว Buttermilk มาผสมกับกระเทียมแห้ง พาสลีย์แห้ง ผงกระเทียม และผงหัวหอม จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดฝาแล้วพักน้ำสลัดในตู้เย็นให้น้ำสลัดคงตัว แล้วจึงนำออกมาเสิร์ฟแบบเย็น

3

น้ำสลัดมัสตาร์ดน้ำผึ้ง

Honey mustard dressing

น้ำสลัดมัสตาร์ดน้ำผึ้งเป็นสลัดที่มีส่วนผสมหลักของมัสตาร์ดและน้ำผึ้ง เกิดจากความคิดที่ว่ามัสตาร์ดมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อโรคในผัก แต่มัสตาร์ดมีกลิ่นค่อนข้างฉุนจึงมีการเพิ่มน้ำผึ้งเพื่อเปลี่ยนรสชาติและเปลี่ยนกลิ่นของมัสตาร์ดให้เบาบางลง นิยมรับประทานคู่กับสลัดใบเขียว สลัดผักนึ่ง ปลา ไก่ และเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ

วิธีรับประทาน:

ใช้ถ้วยทรงสูงในการใส่ส่วนผสมอย่างมัสตาร์ด น้ำส้มสายชู น้ำผึ้ง และเกลือเข้าด้วยกัน จากนั้นค่อย ๆ เขย่าส่วนผสมให้เข้ากัน ขณะเขย่าให้เติมน้ำมันมะกอกลงไปเพื่อเพิ่มความข้นของน้ำสลัดจนกลายเป็นเนื้อครีม พักน้ำสลัดไว้ในตู้เย็น สามารถเก็บได้นานถึง 3 วัน

4

น้ำสลัดครีมมะพร้าว

Coconut cream dressing

น้ำสลัดครีมมะพร้าวเป็นน้ำสลัดที่มีวัตถุดิบหลักทำมาจากครีมมะพร้าว ซึ่งครีมมะพร้าวจะมีความเข้มข้นสูงกว่าน้ำกะทิ รสชาติของน้ำสลัดครีมมะพร้าวจะมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว ช่วยเติมรสชาติให้สลัดมีรสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น นิยมรับประทานคู่กับสลัดผัก เป็นเครื่องเคียงคู่กับอาหารจานหลัก และสลัดผักนึ่ง

วิธีรับประทาน:

เตรียมเหยือกขนาดเล็กใส่ครีมมะพร้าว น้ำส้มสายชูไซเดอร์ ผงสลัดอิตาเลียน จากนั้นผสมให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปแช่ในตู้เย็น เสิร์ฟขณะน้ำสลัดยังคงความเย็นอยู่

5

น้ำสลัดอิตาเลียน

Italian dressing

น้ำสลัดอิตาเลียนเป็นน้ำสลัดเนื้อครีมรสชาติออกเปรี้ยวเล็กน้อย เป็นน้ำสลัดที่ทำได้ง่าย และเป็นที่นิยมในครัวเรือน โดยน้ำสลัดอิตาเลียนเป็นน้ำสลัดที่มีความเก่าแก่และคงความดั้งเดิมเอาไว้ ส่วนผสมหลักจะเป็นน้ำส้มสายชูอิตาลีที่เกิดจากการหมักผลไม้ เช่น องุ่น ที่หมักโดยให้ผลไม้สัมผัสกับอากาศจนได้รสชาติเปรี้ยวและมีกลิ่นหอม

วิธีรับประทาน:

ผสมน้ำมันมะกอก น้ำส้มสายชูจากไวน์ขาว พาสลีย์ซอย น้ำมะนาว กระเทียมสับ ผงใบโหระพา และผงออริกาโน แล้วคนจนเข้ากัน จากนั้นโรยด้วยผงพริกไทยแดง และเกลือเล็กน้อย นำไปแช่ในตู้เย็น ควรรับประทานภายใน 24 ชั่วโมง

6

น้ำสลัดเลม่อน

Zesty lemon dressing

น้ำสลัดเลม่อนเป็นน้ำสลัดที่มีรสเปรี้ยวตามแบบฉบับของเลม่อน ช่วยเติมรสชาติให้สลัดมีความกลมกล่อม และเพิ่มความสดชื่นขณะรับประทาน นิยมรับประทานกับสลัดผักย่าง สลัดผักสด ราดบนข้าวหรือควินัวร์ ใช้เป็นส่วนผสมในการดอง ราดบนเต้าหู้และเทมเป้ รวมไปถึงหยดน้ำสลัดลงบนเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เล็กน้อยเพื่อลดความคาว

วิธีรับประทาน:

เตรียมภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดผสมส่วนผสม คือ น้ำมันคาโนลา เปลือกเลม่อน น้ำเลม่อน น้ำข้าวหมัก หัวหอมซอย ผงกระเทียม และผักชีฝรั่งอบแห้ง แล้วผสมทุกอย่างให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน

7

น้ำสลัดอาโกรดอเช่

Agrodolce dressing

น้ำสลัด Agrodolce เป็นน้ำสลัดสไตล์อิตาเลียน มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานคล้ายผัดเปรี้ยวหวานของไทย คำว่า “Agro” มีความหมายว่าเปรี้ยว และ “Dolce” มีความหมายว่าหวาน น้ำสลัดชนิดนี้ขึ้นชื่อว่าทำยาก ด้วยส่วนผสมที่ไม่มาก แต่การจะผสมให้ได้รสชาติออกมาเปรี้ยวอมหวานแบบพอดีนั้นเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อทำเสร็จจะถือเป็นรสชาติน้ำสลัดที่คุ้มค่าแก่การทดลองทำ

วิธีรับประทาน:

นำน้ำตาลละลายลงบนกระทะประมาณ 3 นาทีหรือจนกว่าน้ำตาลจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล โดยระมัดระวังไม่คนน้ำตาล ให้ใช้การเขย่ากระทะเบา ๆ แทน จากนั้นยกกระทะลงแล้วใส่ไวน์จืด (Dry Wine) และน้ำส้มสายชู Balsamic นำส่วนผสมในกระทะไปตั้งไฟอีกครั้ง ใส่กระเทียมสับ พริกไทยดำ ใบโรสแมรี่ และเกลือ เคี่ยวจนส่วนผสมงวดเข้ากันจึงปิดไฟ แล้วพักน้ำสลัดไว้ประมาณไว้ 2 ชั่วโมง เมื่อน้ำสลัดเริ่มเย็นกรองน้ำสลัดด้วยกระชอนหรือผ้ากรอง ใส่น้ำมะนาวและน้ำมันมะกอก พร้อมเสิร์ฟ

8

น้ำสลัดใสแอปเปิ้ลไซเดอร์

Apple cider vinegar dressing

น้ำสลัดใสแอปเปิ้ลไซเดอร์เป็นน้ำสลัดที่มีส่วนผสมหลัก คือ น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ที่ถือเป็นไซเดอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ส่งผลให้น้ำสลัดแอปเปิ้ลไซเดอร์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก น้ำสลัดแอปเปิ้ลไซเดอร์นี้นอกจากจะใช้เป็นน้ำสลัดแบบใสแล้ว ยังสามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการหมักผักและผลไม้ได้อีกด้วย

วิธีรับประทาน:

ปั่นส่วนผสมทั้งหมด คือ น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ น้ำมันมะกอก ดิจองมัสตาร์ด (Dijon Mastard) กระเทียมสับ เมื่อปั่นส่วนผสมจนเข้ากันแล้ว ใส่พริกไทยป่นและเกลือเพื่อเพิ่มรสชาติ

9

น้ำสลัดสูตรขมิ้นและขิง

Ginger turmeric dressing

น้ำสลัดสูตรขมิ้นและขิงเป็นน้ำสลัดที่มีรสชาติเผ็ดร้อน ช่วยเติมรสชาติให้จานสลัด และเพิ่มการเผาผลาญ นิยมใส่ในสลัดถั่ว สลัดผัก และโรยบนเมนูผักประเภทต่าง ๆ  เป็นน้ำสลัดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติเผ็ดร้อน และเบื่อรสชาติเดิม ๆ ของสลัด น้ำสลัดขมิ้นและขิงสามารถทำได้ง่ายและจับคู่กับสลัดได้อร่อย

วิธีรับประทาน:

ผสมน้ำมันมะกอก น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ ขมิ้นบด ผงขิง คนส่วนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว สามารถเติมน้ำผึ้งลงไปได้ หากต้องการเพิ่มความหวานและลดความเผ็ดร้อนและขมิ้นและขิง

10

น้ำสลัดอะโวคาโด

Avocado cilantro-lime dressing

น้ำสลัดอะโวคาโดเป็นน้ำสลัดที่ทำมาจากอะโวคาโด ผักชี และมะนาว เป็นน้ำสลัดที่มีเนื้อค่อนข้างข้น มีกลิ่นฉุนของผักชี และรสชาติอมเปรี้ยวของมะนาว เป็นน้ำสลัดที่สามารถทำได้ง่าย นอกจากจะใช้เป็นน้ำสลัดแล้ว ยังใช้เป็นเครื่องเคียง Dipping สำหรับจิ้มกับอาหารประเภทขนมปังอีกด้วย

วิธีรับประทาน:

ผสมอะโวคาโด โยเกิร์ตกรีก ใบผักชี ผงกระเทียม เกลือ น้ำมะนาว ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน อาจจะใส่น้ำนมถั่วอัลมอนต์เพื่อให้การปั่นง่ายยิ่งขึ้น และเพิ่มรสชาติกลมกล่อมจากถั่ว

น้ำสลัดเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมรสชาติของสลัดให้มีความแตกต่างกัน น้ำสลัดมีทั้งแบบใสและแบบข้นเป็นเนื้อครีม รสชาติมักจะออกเปรี้ยวด้วยส่วนผสมต่าง ๆ ผู้ที่รับประทานสามารถเลือกรับประทานได้ตามความชอบ แต่หากไม่มีเวลาทำน้ำสลัดโฮมเมดเองที่บ้าน สามารถชิมรสชาติน้ำสลัดพิถีพิถันได้ที่ Water Library (วอเตอร์ ไลบรารี่)ร้านอาหารบรรยากาศดีที่มีเมนูหลากหลายให้คุณเลือกสรร

ข้อมูงบางส่วนและภาพจาก เว็บไซต์ Allabouteve

(อ่านเพิ่มเติม: รู้ยัง? ร้าน Water Library Chamchuri ได้รับรางวัล The Plate Michelin ร้านสวย อาหารอร่อย)

ที่ตั้ง
Water Library (วอเตอร์ ไลบรารี่ สาขาจามจุรีสแควร์)
เวลาทำการ : ทุกวัน 11:30 – 14:30 และ 18:00 – 22:00 น.
ที่ตั้ง : ถนน พญาไท กรุงเทพมหานคร (ร้านอยู่ในพลาซ่า ชั้น 2 ของจามจุรีสแควร์)
โทรศัพท์ : 02-160-5188, 02-160-5189, 095-085-7777