logo
Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus error sit voluptatem accusantium doloremque.
+387648592568
info@elatedthemes.com
Eighth Avenue 487, New York
Instagram Feed
Search

Author: wladmin1

ไวน์หวาน ทำจากองุ่นแบบไหน นิยมทางคู่กับอะไร

ไวน์หวาน (Dessert Wine) ไวน์ที่มีรสชาติหวานเข้มข้น หอมอร่อยเหมือนน้ำผึ้ง มีน้ำตาลที่เหลือผ่านจากกระบวนการหมักปริมาณที่มากกว่าไวน์ทั่วไป  ไวน์หวานมีปริมาณน้ำตาลตั้งแต่ 3% – 28% การดื่มไวน์มีมาช้านานตั้งแต่สมัยโรมัน และไวน์ที่ได้รับความนิยมในสมัยนั้นคือไวน์หวาน และไวน์ขาว ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในยุโรป โดยเฉพาะในราชวงศ์ประเทศต่างๆ อีกทั้งยังถูกยกให้เป็นเครื่องดื่มช่วยเรียกน้ำย่อยก่อนมื้ออาหาร ผลองุ่นที่นำมาหมักจะเลือก องุ่นสุกคาต้น ทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน ตากแดดตากลมจนลูกองุ่นเหี่ยวแห้งเกือบเป็นลูกเกด ถึงนำมาหมักต่อไป ถึงแม้จะมีรถชาติที่หวานแต่หากดื่มในปริมาณที่เหมาะสมช่วยส่งเสริมสุขภาพ อย่างเช่น ป้องกันโรคความจำเสื่อม ลดอาการเจ็บคอและเป็นไข้ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ป้องกันมะเร็ง เป็นต้น ปัจุบันไวน์หวานยังคงได้รับความนิยมไม่เปลี่ยน สามารถดื่มได้หลากหลายเมนูอาหาร ไม่เหมือนไวน์แดงที่นิยมดื่มกับอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ช่วยเพิ่มรสชาติของอาหารได้ดี และ ไวน์ขาวดื่มกับอาหารทะเล ช่วยดับความคาว แต่สำหรับไวน์หวานดื่มกับอะไรก็ได้ นิยมเสิร์ฟเพื่อดื่มคู่กับของหวาน ไวน์หวานแบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังนี้ Ice Wine ไวน์หวาน ที่มีรสชาติดีเยี่ยม มีความเย็น เกิดจากองุ่นที่โดนแช่แข็งตามธรรมชาติ ทำให้น้ำตาลในองุ่นเข้มข้นมากขึ้น...

หุงข้าว เป็นศิลปะอาหารอย่างหนึ่ง ที่ไม่มีสูตรตายตัว

การรับประทานข้าวสุกหรือข้าวหุงนั้นมีมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ด้วยกรรมวิธีที่ผ่านการเรียนรู้ถูกผิด ด้วยการเสาะหาธัญพืชที่เข้ากับการบริโภคมากที่สุด แต่ละชนชาติก็มีวัฒนธรรมการรับประทานอาหารที่แตกต่างกัน และการหุงข้าวของแต่ละชาติก็มีสูตรที่แตกต่างกัน จึงกล่าวได้ว่าการหุงข้าวนั้นไม่มีสูตรตายตัว ข้าวเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ที่ให้พลังงานสูงพอที่จะอิ่มทอง และเหมาะที่จะรับประทานกับเนื้อสัตว์ หรือผักได้ทุกชนิด แต่การหุงข้าวที่อร่อยนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ใส่ หากใส่น้ำมากเกินไปข้าวก็แฉะ หากใส่น้ำน้อยเกินไปข้าวก็ไม่สุก และข้าวแต่ละชนิดก็ใช้ปริมาณน้ำที่ไม่เท่ากัน ใช้เวลาที่ไม่เท่ากันอีกด้วย   หุงข้าวด้วยเตาถ่าน สมัยก่อนการหุงข้าวนิยมใช้เตาถ่าน และหุงด้วยหม้อดิน แต่ปัจจุบันหากเป็นบ้านเรือนทั่วไปก็เลิกใช้วิธีนี้แล้วเนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย แต่การหุงข้าวด้วยวิธีนี้เป็นกรรมวิธีที่ได้ข้าวหุงอร่อยที่สุด น้ำเข้าเนื้อ เพราะไอน้ำสามารถระบายออกจากทางรูพรุนของหม้อดินได้ หรือหากใส่กลิ่นใบเตยหรือสมุนไพรอื่น จะยิ่งทำให้ข้าวหอมมาก และได้กลิ่นหอมถ่านอ่อน ๆ อีกด้วย   ความเชื่อเรื่องการหุงข้าว ในตำนานเรื่องเล่าของพระพุทธศาสนามีการกล่าวถึง “ข้าวมธุปายาส” ซึ่งใช้น้ำนมในการหุง ว่าเป็นข้าวที่มีรสชาติอร่อย เกิดจากสตรีผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาได้ทำขึ้นถวายพระพุทธเจ้า ปัจจุบันนี้ก็มีเทคนิคการใช้น้ำนม และสมุนไพรอื่น ๆ อย่าง ใบเตย หรือ อัญชัน เพื่อให้ข้าวหุงมีรสชาติอร่อย หรือมีการใส่งาเพื่อให้เกิดกลิ่นหอม   และการหุงข้าวเพื่อถวายพระ มักเลือกตักข้าวสวยหุงใหม่ ๆ หม้อแรกของวันเพื่อถวายพระ เพราะถือว่าเป็นข้าวที่ดีที่สุด ยังไม่ผ่านการรับประทาน และหากถึงมื้ออาหาร จะต้องตักข้าวให้กับผู้ที่อาวุโสกว่าเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ   ข้าวหอมมะลิหลายสายพันธุ์ของไทยได้ถูกจดทะเบียนพืชจีไอ (GI)...

ประวัติศาสตร์กว่าจะมาเป็น “น้ำมันมะกอก” ที่ใช้ประกอบอาหารในปัจจุบัน

น้ำมันมะกอก เคล็ดลับคู่ครัวตั้งแต่สมัยโบราณ น้ำมันมะกอกเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารหลากหลายประเภท โดยเฉพาะอาหารในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเดียน เช่น อาหารอิตาเลียน อาหารฝรั่งเศส เพราะพื้นที่บริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเดียนเป็นแหล่งกำเนิดของมะกอก ประกอบกับมะกอกเป็นพืชที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ทำให้มะกอกกลายเป็นที่ส่วนประกอบสำคัญในอาหารเมดิเตอร์เรเดียนในเวลาอันรวดเร็ว และยังคงได้รับความนิยมมาจนปัจจุบัน ความเชื่อในยุคกรีก “มะกอก ของขวัญจากเทพีอาธีน่า” ต้นมะกอกมีตำนานการกำเนิดขึ้นตามความเชื่อของชาวกรีกว่าเป็นของขวัญที่เทพีอาธีน่าประทานให้ เนื่องด้วยครั้งนั้นมีการแย่งชิงกันเป็นเทพผู้ดูแลกรุงเอเธนส์ระหว่างเทพโพไซดอนและเทพีอาธีน่า เทพซูสจึงบัญชาว่าหากผู้ใดมอบของขวัญอันล้ำค่าที่สุดให้ชาวเอเธนส์ได้จะได้เป็นผู้ดูแลเมือง เทพโพไซดอนเสกม้าเพื่อใช้งานและการสงคราม เทพีอาธีน่าเสกต้นมะกอกเพื่อใช้ประโยชน์ในทุกส่วน ชาวเมืองเลือกต้นมะกอกของเทพีอาธีน่า ทำให้ต้นมะกอกกลายเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเอเธนส์ และชื่อเมืองเอเธนส์ (Athen) ก็มาจากนามอาธีน่า (Athena) [caption id="attachment_10227" align="aligncenter" width="640"] ใบมะกอกสำหรับร้อยเป็นมาลัยเกียรติยศ[/caption] ในอดีต ชาวกรีกให้ความเคารพต้นมะกอกมาก นอกจากจะนิยมปลูกเพื่อเป็นสิริมงคลแล้ว ส่วนต่าง ๆ ของมะกอกยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในพิธีกรรมทางศาสนา เช่น การใช้ก้านและใบมะกอกขับไล่สิ่งชั่วร้าย และยังมีการนำใบมะกอกมาร้อยเป็นมาลัยแทนเกียรติยศ ผู้ที่ได้รับมาลัยมะกอกถือเป็นการได้รับเกียรติอย่างสูงสุดในชีวิต ในการแข่งขันโอลิมปิกในอดีตก็ใช้ใบมะกอกประดับบนศีรษะผู้ชนะ สหประชาชาติเองก็ใช้ใบมะกอกประดับบนธงแทนสัญลักษณ์ของเสรีภาพและมิตรภาพ การเดินทางของมะกอกในแต่ละยุคสมัย ต้นมะกอกมีหลายสายพันธุ์ โดยมะกอกที่นำมาทำเป็นน้ำมันมะกอกเรียกว่าโอลีฟ (Olive) ตามการบันทึกในประวัติศาสตร์ยังไม่มีการปรากฏอย่างแน่ชัดว่าต้นมะกอกต้นแรกถือกำเนิดขึ้นในพื้นที่ใด โดยซากฟอสซิลของต้นมะกอกโอลีฟที่เก่าแก่ที่สุดที่ขุดค้นพบได้อยู่ที่เมืองมองกาดิโน ประเทศอิตาลี นอกจากพื้นที่ประเทศอิตาลีแล้ว ฟอสซิลของต้นมะกอกโอลีฟยังกระจายอยู่ทั่วไปในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเดียน และทวีปใกล้เคียง...

การจัดจานมีผลต่อการรับประทานอาหารอย่างไร ?

ศิลปะการจัดจานอาหารเกิดขึ้นมากับวัฒนธรรมการรับประทานอาหารทั่วโลก มีทั้งการจัดจานอาหารจานเดียวไปจนถึงการจัดโต๊ะอาหาร เพื่อประหยัดพื้นที่รับประทานอาหารและส่งผลต่อการคัดสรรเมนูเพื่อสุขภาพที่ดีให้แก่ผู้รับประทาน   การจัดจานแบบ T Classic ของชาวยุโรป การจัดจานนั้นมีรายละเอียดตั้งแต่เลือกวางวัตถุดิบ เลือกเมนูอาหาร ไปจนถึงการเลือกจาน เริ่มต้นจากอาหารจานเดียว โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ อาหารหลักที่เป็นเนื้อสัตว์, อาหารจำพวกแป้ง และผัก หากพิจารณาเทียบกับหน้าปัดนาฬิกา มีการจัดวางดังนี้ อาหารหลัก จัดระหว่าง 3 – 9 นาฬิกา อาหารจำพวกแป้ง หรือ คาร์โบไฮเดรต จัดระหว่าง 9 – 12 นาฬิกา อาหารจำพวกผัก จัดระหว่าง 12 – 3 นาฬิกา   9 วิธีจัดจานสไตล์ตะวันตก ชาวตะวันตกมีวิธีการจัดจานอาหารหลากหลายรูปแบบ เฉกเช่นศิลปะบนผืนผ้าใบทีเดียว  มาดูกันว่าการจัดจานแบบยุโรปนั้น มีวิธีจัดวางแบบใดบ้าง? 1) จัดตามขนาดและสัดส่วน (size) ดูจากปริมาณ...

ไวน์ สําหรับปรุงอาหาร มีประเภทอะไรบ้าง เพราะอะไร?

ปรุงอาหาร เลือกไวน์แบบไหน ช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร  ไวน์ (wine) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยทำจากองุ่น ผลไม้อื่นๆ ผ่านกระบวนการหมัก ใช้ความสมดุลเคมีธรรมชาติ หมักโดยที่ไม่ต้องเพิ่มน้ำตาล กรด เอ็นไซม์ หรือสารอาหารอื่น แต่ใช้หมักกับยีสต์ที่จะมาเป็นตัวช่วยให้น้ำตาลในองุ่นเปลี่ยนเป็น เอทานอล และ คาร์บอนไดออกไซด์ ดังนั้นรถชาติไวน์ที่ได้จึงมี สี กลิ่น รส ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับชนิดของยีสต์ สายพันธุ์องุ่น รวมถึงแหล่งเพราะปลูกองุ่น ไวน์ยังเป็นส่วนหนึ่งบนโต๊ะอาหารของชาวฝรั่งเศส เนื่องจากการดื่มไวน์ช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดีก่อนมื้ออาหาร ให้คุณเจริญอาหารมากยิ่งขึ้น หากเลือกดื่มไวน์ถูกประเภทกับเมนูอาหาร อย่างเช่น ดื่มไวน์ขาวกับอาหารซีฟู้ด ช่วยลดความคาวของอาหารทะเลได้ ดื่มไวน์แดงกับเมนูเนื้อสัตว์ ช่วยเพิ่มรสาชาติยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเลือกดื่มไวน์ประเภทไหน หากดื่มในปริมาณที่เหมาะสมช่วยส่งเสริมเรื่องสุขภาพ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยย่อยอาหาร และขจัดพิษจากอาหารทะเล ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย และอีกมากมาย นอกจากนี้ไวน์ยังถูกนำมาเป็นเครื่องปรุงในการประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน หลักๆจะมีไวน์ที่ใช้สำหรับดื่มทั่วไป และ ไวน์ที่ใช้สำหรับการทำอาหาร แต่โดยส่วนใหญ่มักเลือกใช้ไวน์ดื่มในการประกอบอาหารหารมากกว่า เพื่อรสชาติอาหารที่ดีเยี่ยม...

สารพัด “เครื่องยำ” ความอร่อยคู่สำรับครัวไทย

“รสแซ่บ” นิยามรสชาติยำแบบไทย ๆ เมนูอาหารประเภทยำเป็นอาหารยอดนิยม โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีร้านยำเปิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้ยำเป็นอาหารที่หารับประทานได้ง่าย เข้าถึงคนทุกกลุ่ม โดยเมนูยำนี้มีอยู่หลากหลายชนิด โดยมากมักนำผักหรือผลไม้ที่มีมากในชุมชนมายำเพื่อเพิ่มรสชาติ เช่น ยำส้มโอ ยำมะม่วง ยำปลาช่อนแดดเดียว และขณะเดียวกันก็มีการหยิบยกอาหารที่คนนิยมมาทำเป็นเมนูยำด้วย เช่น ยำกุ้งสด ยำปูม้า ยำขนมจีน อาจกล่าวได้ว่าเมนูยำเป็นเมนูที่สามารถดัดแปลงเข้าได้กับวัตถุดิบหลากหลาย สามารถเลือกวัตถุดิบที่มีในครัวทั้งผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์มาทำเป็นยำได้เลย และปรับรสชาติให้เหมาะกับผู้รับประทานได้ รสชาติยำไทยโบราณและนิยาม “ความแซ่บ” ในปัจจุบัน คำว่า “ยำ” มีความหมายตรงตัวว่าผสม คลุกเคล้า ดังนั้น คำว่ายำจึงหมายถึงกรรมวิธีการทำ คือ การนำวัตถุดิบและเครื่องปรุงต่าง ๆ มาคลุกเคล้าจนเป็นอาหารเมนูยำ จะเห็นว่าคำว่ายำไม่ได้หมายรวมถึงรสชาติ จึงมีความเป็นไปได้ว่ารสชาติของยำในอดีตจนถึงปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง และเครื่องยำอาจจะไม่ได้ใช้เพื่อปรุงรส แต่เพื่อประโยชน์อื่น ๆ เช่น ดับกลิ่นคาวในอาหารยำประเภทเนื้อสัตว์ หรือตัดรสชาติวัตถุดิบหลัก   เมื่อศึกษาเกี่ยวกับรสชาติยำในอดีตที่คนคุ้นชื่ออย่างยำใหญ่ พบว่าเป็นยำที่มีรสชาติเผ็ดและเค็มนำ ไม่เน้นหวานและเปรี้ยว สาเหตุที่เรียกยำใหญ่...

น้ำสลัดแบ่งออกเป็นกี่ประเภท? เหมาะกับอาหารแบบไหนบ้าง?

น้ำสลัด เครื่องเคียงเพิ่มรสชาติจานสลัดเพื่อสุขภาพ สลัดเป็นเมนูเพื่อสุขภาพ เกิดจากการนำผักและผลไม้หลากหลายชนิดมารับประทานร่วมกัน โดยสลัดบางชนิดอาจจะใส่เนื้อสัตว์ด้วย มีตัวช่วยในการเพิ่มรสชาติ คือ น้ำสลัด ในปัจจุบันมีน้ำสลัดจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้ามากมาย แต่น้ำสลัดที่ดีต่อสุขภาพและคนนิยมจริง ๆ กลับเป็นน้ำสลัดโฮมเมด ซึ่งน้ำสลัดโฮมเมดนี้มีความโดดเด่นเรื่องรสชาติและสีสันที่แตกต่างกัน การรับประทานจึงแตกต่างกันด้วย โดยน้ำสลัดโฮมเมดสามารถแบ่งได้กว้าง ๆ เป็น 10 ชนิด ดังนี้ 1 น้ำสลัดบัลสามิกใส Balsamic Vinaigrette Dressing น้ำสลัด Balsamic Vinaigrette เป็นน้ำสลัดแบบใส โดย Balsamic คือ น้ำส้มสายชูจากอิตาลี เกิดจากหมักผลไม้ มักจะใช้องุ่นเคี่ยวจนข้นแล้วจึงนำลงหมักในถังไม้จนเกิดกลิ่น สีสัน และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ น้ำส้มสายชูนี้เป็นส่วนผสมที่นิยมนำมาทำเป็นน้ำสลัดใส จนกลายเป็นน้ำสลัดแบบคลาสสิค เหมาะกับจานสลัดเกือบทุกชนิด วิธีรับประทาน: ผสมน้ำมันมะกอก น้ำส้มสายชู Balsamic เกลือ และพริกไทยป่นลงในภาชนะ แล้วเขย่าให้เข้ากัน ชิมรสชาติตามชอบ หากน้ำสลัดมีรสชาติใดรสชาติหนึ่งโดดออกมาให้เติมน้ำมันมะกอก และหากน้ำสลัดมีรสชาติเข้มข้นเกินไปให้เติมน้ำส้มสายชู Balsamic...

รู้จักกับ “เนยแข็งฝรั่งเศส” หนึ่งในสุดยอดวัตถุดิบอาหารฝรั่งเศสที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต

ฝรั่งเศสเป็นประเทศศูนย์รวมศิลปะวิทยาการทุกแขนง รวมไปถึงความพิถีพิถันด้านการออกแบบอาหาร อันส่งต่อมามาเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่คนทั่วโลกต่างหลงใหล โดยเฉพาะเรื่องของ “เนยแข็ง” หรือจะเรียกรวมกับกลุ่ม “ชีส” ก็ได้ เพราะใช้กระบวนการหมักที่เหมือนกัน โดยเนยแข็งฝรั่งเศสที่เป็นที่นิยมทั่วโลก  ได้แก่   กาม็องแบร์ กาม็องแบร์ หน้าตาเหมือนเค้กปอนด์ มีจุดกำเนิดมาจากภูมิภาคบรี ของฝรั่งเศส ในศตวรรษที่ 18 เป็นเนยแข็งที่มีเปอร์เซ็นต์ของนมวัวอย่างน้อย 10 เปอร์เซนต์ และใช้เวลาการหมักขั้นต่ำ 3 สัปดาห์ และผ่านการปรับแต่งชีสตามการรับรองของ Camembert de Normandie AOC 1983, PDO 1992 ซึ่งเป็นกฎหมายอาหารของฝรั่งเศส   บรี (เนยแข็ง) บรี เป็นเนยแข็งที่ทำมาจากนมวัวที่ผ่านการสกิม (Skim) และผ่านการบ่ม 5 – 6 สัปดาห์ หากนำเข้าสหรัฐอเมริกา หรือ ออสเตรเลีย ต้องผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ แม้ว่าระยะการบ่มบรีจะใช้เวลาไม่นาน...

รู้จักกับ “พันธุ์มะเขือเทศ” แบบต่าง ๆ  พันธุ์ไหนเหมาะกับอาหารไทยและอาหารฝรั่ง

“มะเขือเทศ” ตำรับความอร่อยในอาหารไทยและอาหารฝรั่ง อาหารแต่ละชนิดมีการใช้วัตถุดิบแตกต่างกัน และวัตถุดิบแต่ละอย่างสามารถดัดแปลงเป็นอาหารได้หลากหลาย มะเขือเทศก็เป็น 1 ในวัตถุดิบที่นิยมนำมาประกอบอาหาร พบทั้งในอาหารไทยและอาหารต่างประเทศ  เช่น อาหารอิตาเลียน มะเขือเทศในปัจจุบันมีอยู่หลายสายพันธุ์ ทั้งสายพันธุ์แท้และสายพันธุ์ที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยแต่ละพันธุ์จะมีหน้าตาและรสชาติแตกต่างกัน และใช้ในเมนูอาหารที่ต่างกัน บทความนี้จึงรวบรวมพันธุ์มะเขือเทศที่คนนิยมนำมาประกอบอาหาร เพื่อให้สามารถเลือกใช้มะเขือเทศได้เหมาะกับอาหาร ดังนี้ 1 มะเขือเทศเชอร์รี่ (Cherry Tomato) มะเขือเทศเชอร์รี่ มีชื่ออื่น ๆ อีกว่า Baby Tomato และมะเขือเทศราชินี เป็นมะเขือเทศที่มีขนาดเล็กที่สุด สาเหตุที่เรียกว่ามะเขือเทศเชอร์รี่เนื่องด้วยขนาดผลที่เล็ก และมีสีแดงจัดเหมือนผลเชอร์รี่ แต่แท้จริงมะเขือเทศราชินีมีผลสีเหลืองด้วยเช่นกัน รสชาติและกลิ่นเข้มข้นกว่ามะเขือเทศชนิดอื่น ๆ แต่เนื้อน้อย รสชาติเปรี้ยวอมหวาน เมื่อสุกจัดจะนิ่มและหวานมากกว่าเปรี้ยว การรับประทาน: นิยมรับประทานแบบสด ด้วยขนาดพอดีคำ และรสชาติที่เข้มข้นในตัวเอง นอกจากนั้นยังนิยมนำไปประดับจานอาหารให้ดูสวยงามมากขึ้น อาหารที่นิยมใส่มะเขือเทศชนิดนี้: อาหารต่างประเทศ เช่น อาหารประเภทบาร์บีคิว, สลัด, ซอสพาสต้าบางสูตร, คาเปเซ่สลัด (Caprese Salad) อาหารไทย นิยมใส่ในอาหารที่ไม่ต้องการเนื้อมะเขือเทศ...

๙ ขนมไทย ตระกูลทอง ความหมายดีและใช้ในพิธีงานมงคล

อย่างที่ทราบว่าขนมไทยหลายอย่างที่ทำมาจาก “ไข่แดง” และ “แป้ง” มีที่มาจาก ท้าวทองกีบม้า ผู้เป็นต้นตำรับขนมไทยเชื้อสายโปรตุเกสในยุคปลายอยุธยา ซึ่งผสมผสานเบเกอรี่และวัตถุดิบของอยุธยาเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ และได้ถ่ายทอดอยู่ในครัววัง เพื่อเป็นสำรับให้แก่ชาววัง และคนที่เคยเป็นลูกมือทีมของคุณท้าว ก็ได้ออกมาเปิดร้านของตัวเองบ้าง ทำให้ผู้พบเห็นขนมตระกูลทองเหล่านี้ถูกตั้งชื่อและใช้ในพิธีมงคลกันอย่างนิยม วันนี้เรามารู้จักกับขนมไทยความหมายดี ๆ กันค่ะ   ๑.ทองหยิบ           ทำมาตากไข่แดงตีให้ฟูและหยอดลงน้ำเชื่อมเดือดด้วยวิธีการเดียวกับการทำฝอยทอง แต่ทำเป็นแผ่นจับจีบเป็นดอกไม้วางลงบนถ้วยเล็ก ๆ และตามความหมายของชื่อ เป็นเคล็ดหมายถึงหยิบเงิน หยิบทอง เพื่อความร่ำรวยภายหน้า ๒.ทองหยอด          ก่อนหยอดไข่แดงตีฟูลงน้ำเดือด ปั้นเป็นก้อน โดยใช้มือหรือใช้ช้อนช่วยจัดรูปทรง มีขนาดเล็ก เป็นขนมที่มอบให้กันในวันสำคัญต่าง ๆ หรือใช้ไหว้พระ มีความหมายว่าให้ทองแก่กันส่งเสริมความร่ำรวยไม่รู้จบ ๓.ทองพลุ เป็นทั้งขนมหวาน และขนมใส่ไส้คาว แบบ Savory ก็ได้ โดยใช้แป้งเอแคลร์ปั้นเป็นก้อนแล้วนำไปทอด คล้ายกับขนมที่เรียกว่า Pate a choux มักราดด้วยน้ำผึ้งหรือน้ำจิ้มที่ทำออกรสหวาน ตามความหมายคือมีความเจริญมีชื่อเสียงดังเหมือนพลุ ๔.ทองเอก             เป็นขนมที่ทำมาจากไข่แดงเช่นเดียวกัน และมีการวางพิมพ์ ให้มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม...