logo
Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus error sit voluptatem accusantium doloremque.
+387648592568
info@elatedthemes.com
Eighth Avenue 487, New York
Instagram Feed
Search

Author: wladmin1

ห้ามพลาด 6 เมนู Appetizer จากร้าน CIAO PIZZA

อาหารเรียกน้ำย่อยสไตล์อิตาเลียน Appetizer คือ อาหารเรียกน้ำย่อย ส่วนใหญ่เป็นองค์ประกอบชุดอาหารของชาวยุโรปในจานแรกที่เสิร์ฟ เป็นอาหารจานเล็ก ๆ ขนาดชิ้นพอคำ เสิร์ฟในปริมาณไม่มาก สำหรับทานก่อนอาหารหลัก จะเป็นเมนูไม่หนักท้อง อาจจะมีรสจืด หรือรสจัดก็ได้ หรืออย่างบ้านเราอาจจะเป็น อาหารทานเล่นจำพวกของทอด โดยปกติแล้วชาวอิตาเลียน จะเรียกอาหารเรียกน้ำย่อยว่า Antipasto นิยมรับประทานเป็นอาหารทะเลสดรวมหลากชนิด ซาลามี หรือแฮมดิบฝานบาง ๆ รับประทานกับเมลอน ผักนานาชนิดชุบแป้งทอด ย่างพร้อมซอส ขนมปังแผ่นกลม ทาหน้าด้วยปลาแอนโชวี่ ตับบด มะกอกบด ฯลฯ ขนมปังกระเทียม หรืออาหารจำพวกซุป ร้าน CIAO PIZZA ร้านพิซซ่าต้นตำรับอิตาเลียนแท้จากเครือ Water Library ย่านสีลม รังสรรค์เมนูมอบความอร่อยจากเชฟชาวอิตาเลียนมากประสบการณ์ ใส่ใจทุกขั้นตอนในการทำพิซซ่า พิถีพิถันตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบนำเข้ามาจากประเทศอิตาลีโดยตรง ไปจนถึงการเลือกแป้ง มีพิซซ่าอิตาเลียนหน้าต่าง ๆ มากกว่า 20 รายการ ที่สามารถเลือกสั่งพิซซ่าแบบขอบหนา...

ชีสในอาหารอิตาเลียน มีกี่ประเภท เหมาะกับอาหารแบบไหนบ้าง?

สัมผัสความอร่อยของ “ชีส” ในอาหารอิตาเลียน ชีส เป็นส่วนผสมที่ถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ในอาหารอิตาเลียน ชีสมีอยู่หลายประเภทและแต่ละประเภทก็ช่วยเสริมรสชาติให้จานอาหารอิตาเลียนเป็นอย่างดี ประเทศอิตาลีให้ความสำคัญของชีสมากจนมีการจัดตั้งองค์กรควบคุมคุณภาพชีสอิตาลี (DOP: designation of origin protected) การจัดตั้งองค์กรนี้ขึ้นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันในขั้นตอนการผลิตชีสและการให้ความสำคัญกับรสชาติอาหารที่มีชีสเป็นส่วนประกอบ โดยชีสที่เป็นที่รู้จักและนิยมในอาหารอิตาเลียนมีดังนี้ 1 ชีสพาร์มิจาโน่ เรจจาโน่ (Pamigiano Reggiano Cheese) ชีสพาร์มิจาโน่ เรจจาโน่ ได้รับสมญานามว่า “The King Of Italian Cheeses” หรือราชาแห่งชีสอิตาลี เป็นชีสชนิดแข็ง ด้วยรสชาติและความพิถีพิถันในการผลิต ทำให้ชีสชนิดนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาแห่งชีสอิตาลีได้ไม่ยาก เนื่องจากชีสชนิดนี้ต้องใช้นมวัวเรจจาโน่ในการบ่ม ซึ่งวัวพันธุ์นี้ขึ้นชื่อว่าให้น้ำนมคุณภาพดีแต่แพร่พันธุ์ยาก ชีสที่ได้จากนมวัวพันธุ์นี้จึงเป็นชีสคุณภาพดี รสชาติเป็นที่นิยม อาหารอิตาเลียนที่ใช้ชีสพาร์มิจาโน่ เรจจาโน่: นิยมใส่ในอาหารประเภทซอส และขูดเป็นแผ่นเพื่อโรยหน้าอาหาร รวมไปถึงทานเป็นคู่กับผลไม้ชนิดต่าง ๆ 2 ชีสมอสซาเรลลา (Mozzarella Cheese) ชีสมอสซาเรลลาเป็นชีสที่เป็น Fresh Cheese หรือชีสที่ไม่ผ่านการบ่ม มีเนื้อสัมผัสนุ่ม...

“ขมิ้น” สุดยอดสมุนไพรไทย กินได้ทั้งสด และผสมกับเครื่องปรุง

อาหารสมุนไพร ใกล้ตัวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นความมหัศจรรย์ของอาหารทุกชนชาติที่สอดแทรกการใส่วัตถุดิบที่เป็นสมุนไพรดูแลสุขภาพจากพืชหรือเนื้อสัตว์พื้นเมืองประจำชนชาตินั้น เพื่อให้ผู้รับประทานมีสุขภาพแข็งแรง อีกทั้งหาง่ายตามท้องถิ่น อย่างในประเทศไทยเรา ครัวแทบทุกบ้านจะต้องมี “ขมิ้น” ติดบ้านไว้ เพื่อใช้ปรุงอาหารโดยทำเป็นเครื่องแกง หรือหมักกับเนื้อสัตว์ให้รสชาติดี แต่ทราบหรือไม่ว่า “ขมิ้น” นอกจากจะมีกลิ่นหอม และทำให้เนื้อสัตว์มีสีเหลืองนวลน่ารับประทาน ยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ ที่เป็นจุดเด่นให้แม่ครัวหัวป่าก์ได้เลือกมาชูโรงทำอาหาร อาทิ เมื่อใช้หมักไก่ก่อนย่าง จะทำให้หนังกรอบ และการทอดปลาก็จะช่วยให้หนังปลาไม่ติดกระทะ   ขมิ้นแบบไหนใช้ทำอาหารได้บ้าง? ขมิ้น เป็นไม้ล้มลุก ที่เราใช้ส่วนหัวมาประกอบอาหาร โดยใช้ขมิ้นที่มีอายุประมาณ 9 เดือนขึ้นไป ขมิ้นมีหลายประเภท ได้แก่ ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อน และขมิ้นป่า ส่วนประเภทที่เรานำมาใช้ประกอบอาหารมากที่สุดคือ “ขมิ้นชัน”   ขมิ้นชัน ใช้ทั้งปรุงอาหารและบำรุงผิว เจริญเติบโตดีในฤดูฝน หัวที่แก่แล้ว สามารถนำไปตากแดดและไปฝนเพื่อเอาผงขมิ้นมาผสมน้ำ โยเกิร์ต หรือไข่ขาว แล้วแต่สูตร เพื่อขัดผิว รักษาสิว ให้ผิวใสขึ้น แต่หากนำมาประกอบอาหาร ใช้ได้ทั้งขมิ้นอ่อน และผงขมิ้น...

เส้นพาสต้าสไตล์อิตาลี มีกี่แบบ แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

“พาสต้า” เอกลักษณ์ของวัฒนธรรมอาหารอิตาเลียน พาสต้าเป็นอาหารอิตาเลียนที่ได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก ด้วยกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถันและการปรุงรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ พาสต้าถือเป็นหัวใจของอาหารอิตาเลียนเลยก็ว่าได้ เพราะมีหลากหลายสูตร และแต่ละสูตรก็สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ เช่น พาสต้าในยุคแรกที่มีการปรุงรสด้วยมะเขือเทศเป็นหลัก สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมการเพาะปลูกของคนในพื้นที่ที่รับประทานว่าปลูกมะเขือเทศมาก พาสต้ามีต้นกำเนิดมาหลายร้อยหลายพันปีและยังคงสามารถเป็นอาหารจานเด่นได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของพาสต้าทุกช่วงเวลา ความเป็นมาของเส้นพาสต้า ต้นกำเนิดของเส้นพาสต้าอาจจะยังไม่มีการระบุได้อย่างแน่ชัด เนื่องจากเอกสารการบันทึกสมัยก่อนค่อนข้างทำได้อย่างลำบาก และหลักฐานที่หลงเหลือก็น้อยเกินกว่าจะชี้ชัดได้ถึงต้นกำเนิดที่แท้จริงของเส้นพาสต้า ความเป็นมาของเส้นพาสต้าสามารถแบ่งได้เป็น 3 ที่มาอย่างกว้าง ดังนี้ เส้นพาสต้ามีต้นกำเนิดมาจากจีน ทฤษฎีนี้เชื่อว่า “มาร์โคโปโล” พ่อค้าและนักเดินทางชาวอิตาลีได้เดินทางตามเส้นทางสายไหมเข้าสู่ประเทศจีน ที่นั่นเขาได้เรียนรู้วิธีการทำเส้นบะหมี่ตามแบบฉบับของจีน จากนั้นจึงจดจำและนำความรู้นี้มาเผยแพร่ที่อิตาลี จนทำให้เส้นหมี่จีนถูกพัฒนาจนกลายเป็นเส้นพาสต้าในยุคแรก แต่ทฤษฎีถูกหักล้างไปเนื่องจากภายหลังชาวอิตาลีได้ค้นพบภาพวาดฝาผนังที่ปรากฏอุปกรณ์คล้ายเครื่องคลึงและนวดแป้งจึงสันนิษฐานว่าชาวอิตาลีรู้วิธีการทำเส้นพาสต้ามานานแล้ว ก่อนที่มาร์โคโปโลจะกลับจากจีนเสียอีก เส้นพาสต้ามีต้นกำเนิดมาจากชาวโรมัน ทฤษฎีนี้เชื่อว่าเส้นพาสต้าเกิดขึ้นในยุคโรมัน โดยทฤษฎีนี้เชื่อว่าชาวโรมันได้นำเส้นพาสต้ามาแปรรูปใหม่จนเกิดเป็นลักษณะคล้ายลาซานญ่า และใช้วิธีการอบให้สุกแทนการต้ม ทฤษฎีนี้ก็ได้รับการปฏิเสธเช่นกัน เนื่องจากการทำลาซานญ่าด้วยวิธีการอบไม่สามารถพัฒนาให้เปลี่ยนเป็นพาสต้าแบบเส้นได้ และอีกประการหนึ่งหากชาวโรมันพัฒนาแป้งบางประเภทเป็นลาซานญ่าได้ แสดงว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าแป้งที่ชาวโรมันนำมาอาจจะเป็นพาสต้ามาก่อน เส้นพาสต้ามีต้นกำเนิดจากชาวซิซิเลียน ทฤษฎีนี้ถือว่าน่าเชื่อถือที่สุด โดยทฤษฎีนี้เชื่อว่าเส้นพาสต้ามีต้นกำเนิดจากชาวอาหรับที่อพยพเข้ามาทางตอนใต้ของอิตาลี ชาวอาหรับเหล่านี้ตั้งรกรากและกลืนกับชาวพื้นเมืองรวมเรียกว่าชาวซิซิเลียนบนเกาะซิซิลี ซึ่งการอพยพนี้เกิดการหลอมรวมวัฒนธรรมขึ้น โดยเฉพาะวัฒนธรรมอาหาร ชาวอาหรับถือเป็นชาติแรกที่นำเส้นพาสต้าไปต้ม ในขณะที่ชาวซิซิเลียนก็พัฒนาแป้งจนเกิดเป็นเส้นพาสต้า เนื่องจากพื้นที่บนเกาะเหมาะแก่การปลูกข้าวสาลีดูรัม วัตถุดิบหลักของเส้นพาสต้า ทำให้ทฤษฎีที่ว่าเส้นพาสต้าเกิดจากชาวอาหรับหรือชาวซิซิเลียนมีความเป็นไปได้มากที่สุด วิธีการทำเส้นพาสต้าสด เส้นพาสต้ามีหลากหลายชนิด ซึ่งในอดีตเส้นพาสต้าจะมีวิธีการทำแบบง่าย ๆ ใช้แป้งสาลีดูรัมเป็นหลัก...

“แบล็คเบอร์รี่” ผลไม้วิตามินสูง มีประโยชน์อย่างไร ผลิตไวน์ได้ไหม?

แบล็คเบอร์รี่ (Blackberry) ผลไม้สีสวย รสชาติหวาน เปรี้ยว จัดอยู่ในตระกูลเบอร์รี่มีอยู่หลายชนิด เช่น สตรอเบอร์รี่ เชอร์รี่ ราสเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ เป็นต้น โดยแต่และชนิดมีความแตกต่างกัน จุดเด่นจะเป็นเรื่องของลักษณะ รสชาติจะมีความคล้ายกัน เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ต้นไม่ใหญ่ ลักษณะผิวเปลือกมีปุ่มกลมเล็กๆ ทั่วผล เมื่อผิวอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีแดง และสุกมากๆ จะเป็นสีม่วงเข้ม สีดำอมแดง น่ารับประทาน มีกลิ่นหอม นิยมปลูกในทวีปอเมริกาเหนือ และยุโรป โดยส่วนใหญ่จะปลูกแถบภาคเหนือ และมีหลายสายพันธุ์อย่างมาก สามารถนำมาทำเป็นน้ำผลไม้ เค้ก ขนมหวาน รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่าง ไวน์ ถึงแม้แบล็คเบอร์รี่ จะมีขนาดผลที่เล็ก แต่อุดมไปด้วยสารประโยชน์มากมาย อย่างเช่น วิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ ลดอัตรากาเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ และอีกมากมาย...

Croccante Burrata Crudo E Rucola เมนูพิซซ่าแนะนำที่ต้องลองจาก CIAO PIZZA

‘Ciao Pizza’ ร้านพิซซ่าต้นตำรับอิตาเลียนแท้ ๆ ระดับพรีเมี่ยมจากเครือ Water Library ใจกลางถนนสีลม สไตล์ Industrial Loft นำทีมโดยเชฟ Gerardo Calabrese เชฟชาวอิตาลียนมากประสบการณ์ ที่จะมารังสรรค์พิซซ่าตามแบบฉบับของชาว อิตาเลียนให้ทุกท่านได้ทาน เสมือนนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่ประเทศอิตาลี การันตีด้วยรางวัล The Ospitalita Italiana Thailand ประจำปี 2018-2019 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ร้านอาหารอิตาเลียนต้นตำรับ ที่ตั้งอยู่นอกประเทศอิตาลี พิถีพิถันใช้วัตถุดิบนำเข้ามาจากอิตาลีโดยตรง ตั้งแต่การเลือกแป้ง คัดสรรใช้แป้งเกรดพรีเมี่ยมในการทำฐานพิซซ่า ซึ่งเป็นแป้งที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นแป้งสำหรับทำพิซซ่าจากอิตาลีที่ดีที่สุดในโลก ตัวแป้งประกอบด้วยส่วนผสมจากแป้งสาลี 100% โดยมีอัตราส่วนโปรตีนต่ำกว่าแป้งทั่วไป ไม่เพียงแต่แป้งพิซซ่าที่นำเข้า ชีส และ ซอส ก็เป็นวัตถุนำเข้าเช่นเดียวกัน รวมไปถึงกระบวนการปรุงต่าง ๆ ก็ผ่านกรรรมวิธีแบบเดียวกับประเทศต้นตำรับ [caption id="attachment_9934" align="aligncenter" width="539"] เชฟ...

เบอร์เกอร์กะเพราหมู เมนูใหม่ 2020 จากร้าน 1881 by Water Library

พบกับเบอร์เกอร์ในรูปแบบเมนูกะเพรา Holy Basil Burger  สัมผัสกับเมนูใหม่ สำหรับท่านที่เดินทางมาถึง กรูฟ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ มาพบกับเบอร์เกอร์กลิ่นกะเพรา พร้อมด้วยไข่ดาวที่เสิร์ฟพร้อมกับ ข้าวตังอบเนย กระเทียม และชีสพาเมซาน รสชาติจัดจ้าน หอมกลิ่นกะเพราหอม ๆ กับสีสันสวย ๆ ของกะหล่ำปลีม่วงดอง นอกจากเนื้อหมูแล้วยังมีเนื้อพรีเมี่ยมอื่น ๆ (อาทิ เนื้อวากิว) และอัดแน่นด้วยเนื้อสูงสุด 2.5 กิโลกรัม และทางเชฟมีท่าจับเบอร์เกอร์ให้แน่นแนะนำ เพื่อให้คุณได้รับรสชาติอร่อยได้อย่างเต็มอิ่ม ให้จับเบอร์เกอร์ท่ากรงเล็บมังกร  ซึ่งนอกจากจะทำให้ไม่เลอะเทอะแล้วยังเป็นท่วงท่ารับประทานที่ดูดีมากด้วย เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาด เบอร์เกอร์ กะเพราหมู เมนูใหม่ @1881 1881 @ Groove Central World เป็นร้านสไตล์ Bar & Restaurant ที่รองรับทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อน ๆ ในออฟฟิศ หรือคู่รัก...

ช็อกโกแลต ทำมาจากอะไร รับประทานบ่อยอ้วนไหม ? 

ช็อกโกแลต ทำมาจากเมล็ดของต้นโกโก้ ซึ่งปลูกอยู่ในแถบเขตร้อน โดยเมล็ดโกโก้นั้นมีต้นกำเนิดมาจาก อเมริกากลาง และเม็กซิโก โดยมีการค้นพบจากชาวอินเดียแดน และชาวอัซเตก ช็อกโกแลตเป็นส่วนผสมของหวานหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นไอศครีม คุกกี้ ลูกอม เค้ก เป็นต้น ทำให้ช็อกโกแลตถูกใจผู้คนทั่วโลกอย่างมาก ขั้นตอนการทำช็อกโกแลตจะผ่านการหมัก คั่ว และบดเมล็ดโกโก้ ปัจจุบันต้นโกโก้ได้รับความนิยม และถูกปลูกไปทั่วเขตร้อน โดยต้นโกโก้จะมีรสฝาด เข้มข้น เมื่อนำมาแปรรูปกลายเป็นช็อกโกแลต จึงทำให้มีรสชาติกลมกล่อม เข้มข้น และหอม โดยส่วนใหญ่มักนำมาทำเป็นเครื่องดื่ม ขนมหวานต่างๆ ถึงแม้ช็อกโกแลตจะมีรสชาติหวาน แต่หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ก็มีคุณค่าทางโภชนาการ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะดาร์กช็อกโกแลต ที่มีปริมาณ 100 กรัม อุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นทองแดง แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก แมงกานีส เป็นต้น  แต่…หากรับประทานช็อกโกแลต หรือ โกโก้ที่มีจำนวนมากเกินไป ก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ และอาจเป็นโทษได้ ในปัจจุบันช็อกโกแลต...

History of Steak รู้จักประวัติศาสตร์ที่มาอันยาวนานของเมนูสเต๊กยอดฮิตของคนทั่วโลก

เรื่องของสเต๊กที่คุณอาจจะยังไม่รู้ สเต๊กเป็นอาหารที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน เริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงที่มนุษย์เริ่มรับประทานเนื้อสัตว์ที่ผ่านการล่ามาทำให้สุกที่ผ่านการย่างไฟ ซึ่งมาจากการโยนเนื้อสัตว์เข้าไปย่างไฟ จนพัฒนามาเป็นการแร่เป็นชิ้น ๆ และหมักเนื้อให้เข้ารสก่อนนำไปย่าง   คำว่า “สเต๊ก” มีที่มาจากชาวสแกนดิเนเวีย เมื่อราวกลางศตวรรษที่ 15 โดยเขียนเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า ‘Stickna’ และเปลี่ยนแปลงมาเป็น ‘Steak’ ในปัจจุบัน ใช้เรียกการหั่นเนื้อสัตว์ออกเป็นชิ้น ๆ ซึ่งเป็นยุคที่มีการเลี้ยงสัตว์และทำระบบฟาร์มเกิดขึ้นแล้ว โดยเนื้อสัตว์ที่นำมาทำสเต๊กทั่วโลก ได้แก่ เนื้อวัว, เนื้อหมู, เนื้อแกะ, เนื้อแพะ, เนื้อกวาง, เนื้ออูฐ, เนื้อม้า, เนื้อนกกระจอกเทศ, เนื้อจิงโจ้ เป็นต้น   ประเทศที่มีการค้าและจำหน่าย “เนื้อสเต๊ก” ได้แก่ อาร์เจนตินา, ไอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, ออสเตรเลีย, แอฟริกาใต้, อังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, ประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ส่วนฝั่งเอเชีย ได้แก่ ประเทศจีน,...

ลักษณะของ “มีดหั่นสเต็ก” แต่ละแบบเหมาะกับอาหารแบบไหน

3 สิ่งที่ใช้เลือกมีดหั่นสเต็กให้เหมาะกับคุณ เมื่อเข้าร้านสเต็ก “มีดหั่นสเต็ก” ถือเป็นอาวุธสำคัญของคุณ และด้วยความหลากหลายของเนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อปลา เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อแกะ และอื่น ๆ ทำให้มีดหั่นสเต็กออกแบบมาหลากหลายแตกต่างกันไปตามความถนัดของผู้ใช้งาน และบางแบรนด์ก็ผลิตออกมาเป็นเซ็ตของขวัญ เพื่อมอบให้กับคนที่รักการรับประทานสเต็กโดยเฉพาะ เพื่อให้เลือกใช้กับเนื้อหลากรูปแบบ 1 เลือกมีดที่มีสมดุลพอเหมาะกับการจับ ขนาดของมีดหั่นสเต็กนั้นผลิตออกมาหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความนิยมใช้งานของผู้บริโภค แต่สิ่งที่เหมือนกันทุกด้ามก็คือ ส่วนที่เป็นใบมีด ต้องยาวกว่าด้ามจับเล็กน้อย เพื่อให้จังหวะกดตอนหั่นนั้นออกแรงได้พอดี รวมถึงความหนาของด้ามจับ ที่ต้องพอดีมือ ไม่ลีบ หรือ หนาจนทำให้หั่นเนื้อไม่ถนัด   2 เลือกวัสดุผลิตมีดที่ทนทาน แข็งแรง ปัจจุบันนอกจากสแตนเลสสตีลแล้วมี เหล็กกล้าเย็น และ High – Carbon Steel เป็นวัสดุที่นิยมนำมาทำมีดหั่นสเต็ก เพราะหากเป็นสเต็กเนื้อหนา ผู้จับมีดต้องการความคล่องตัว จับถนัดมากกว่ามีดหนัก ๆ และมีดหั่นสเต็กเนื้อหนา ๆ นั้นจำเป็นต้องมีด้ามจับเพื่อไม่ให้จังหวะการหั่นนั้นลื่น และหากชอบมีดคม ๆ ปัจจุบันมีวัสดุที่ทำมาให้คมกว่าเหล็กก็คือ...