logo
Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus error sit voluptatem accusantium doloremque.
+387648592568
info@elatedthemes.com
Eighth Avenue 487, New York
Instagram Feed
Search

Author: wladmin1

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไวน์ คือใคร ? มารู้จักกับอาชีพ ซอมเมอลิเย (Sommelier)

จับคู่ไวน์ให้เหมาะกับมื้ออาหารตามคำแนะนำของซอมเมอลิเย (Sommelier) การจับคู่อาหารเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ทั้งการจับคู่รสชาติอาหารแบบไทย ๆ ที่เรียกว่าการจัดสำรับ หรือการจับคู่อาหารกับเครื่องเคียงในอาหารอิตาเลียน หรือการจับคู่อาหารกับเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเครื่องดื่มประเภทไวน์ ไวน์ คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เกิดจากการหมักผลไม้กับยีสต์ โดยผลไม้ที่นิยมนำมาหมัก คือ องุ่น ซึ่งพันธุ์ขององุ่นที่นำมาหมักและสายพันธุ์ของยีสต์ทำให้ได้ไวน์ที่มีลักษณะแตกต่างกัน การจะเลือกไวน์ให้เข้ากับรสชาติของอาหารจึงถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ช่วยให้มื้ออาหารมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ในการเลือกไวน์จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ทำหน้าที่ในการให้ความรู้และแนะนำไวน์ที่เหมาะสม เรียกว่า ซอมเมอลิเย (Sommelier) ข้อมูลเบื้องต้นของอาชีพซอมเมอลิเย (Sommelier) ซอมเมอลิเย เป็นภาษาฝรั่งเศส มีความหมายว่าผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ การที่อาชีพซอมเมอลิเยถือกำเนิดขึ้นเนื่องมาจากในอดีตวัฒนธรรมการดื่มไวน์ค่อนข้างมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในร้านอาหารขนาดใหญ่ เพราะการปลูกองุ่นและบ่มไวน์ถือเป็นสิ่งที่แพร่หลายและต้องใช้ความพิถีพิถันเป็นอย่างมากเพื่อให้ได้ไวน์คุณภาพและรสชาติดี ร้านอาหารหลายร้านจึงมีการจัดสรรไวน์แต่ละชนิดให้เหมาะสมกับร้านอาหาร และมีซอมเมอลิเยทำหน้าที่แนะนำไวน์แบบต่าง ๆ ให้ลูกค้า หน้าที่ของซอมเมอลิเยในอดีตจะเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ เพราะไวน์เป็นเครื่องดื่มชั้นสูงที่นิยมรับประทานในกลุ่มชนชั้นปกครอง ซอมเมอลิเยจึงมีหน้าที่สำคัญในการคัดสรรไวน์คุณภาพที่เหมาะสมกับมื้ออาหาร ซึ่งบทบาทหน้าที่ของซอมเมอลิเยในอดีตมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ได้รับการนับหน้าถือตาว่าเป็นผู้มีความรู้เป็นอย่างยิ่ง การดื่มไวน์ยังคงเป็นศิลปะที่ขาดไม่ได้ในร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านอาหารประเภท Fine Dining ที่มีไวน์หลากหลายชนิดวางเรียงรายอยู่ในเซลล่า ซึ่งในปัจจุบันมีไวน์ที่คงคุณค่ามาตั้งแต่อดีต ด้วยระยะเวลาการหมักที่ผ่านมานานจนรสชาติไวน์กลมกล่อมกำลังดี ทำให้วัฒนธรรมการดื่มไวน์ยิ่งทวีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ตำแหน่งซอมเมอลิเยยิ่งมีความจำเป็นเป็นอย่างมาก ทั้งเพื่อแนะนำลูกค้าใหม่ที่กำลงมองหาไวน์รสชาติดี และลูกค้าเก่าที่ต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับไวน์ หน้าที่ของซอมเมอลิเย (Sommelier) ในร้านอาหาร หลายคนคงคุ้นชิ้นกับการกล่าวว่าซอมเมอลิเยมีหน้าที่หลักในการแนะนำไวน์ให้กับลูกค้า แต่แท้จริงแล้วหน้าที่ของซอมเมอลิเย...

ประโยชน์ของเกลือ ช่วยดับคาวเมนูปลาได้อย่างไรบ้าง ?

ปลาคาว เกิดจากอะไร “ปลา” ทั้งปลาทะเลและน้ำจืด ล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุดิบหลักของคนไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยมีการส่งต่อกรรมวิธีการทำเมนูปลาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นยา จนถึงยุคปัจจุบัน และปลาแต่ละชนิดก็มีวิธีการเตรียมก่อนนำมาปรุงอาหารแตกต่างกัน ทั้งวิธีขอดเกล็ด และวิธีดับกลิ่นคาว กลิ่นคาวของปลา เกิดจากสาร ไตรเมทิลามีน (Trimethylamine) ที่ถูกจุลินทรีย์ย่อยออกมาจากกล้ามเนื้อของปลา ซึ่งเป็นกลิ่นที่บ่งบอกถึงความสดของปลาได้ หากปลามีกลิ่นคาวมาก แสดงว่าปลาตัวนี้ไม่สดแล้ว ดังนั้นก่อนชาวประมงนำปลามาขายก็ต้องมีการแช่น้ำแข็งทับไว้หลาย ๆ ชั้น   วิธีล้างปลาไม่ให้คาว การล้างปลาไม่ให้คาว มีหลายวิธี สารที่ใช้ล้างปลาควรเป็นสารที่ปลอดภัยต่อร่างกายเราด้วย เช่น น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว น้ำนม แป้งมันสำปะหลังเป็นต้น โดยเฉพาะ “เกลือ” เป็นวัตถุดิบที่หาง่าย และใช่ดับกลิ่นคาวได้ดี   กระบวนการกำจัดกลิ่นคาวของปลานั้น ต้องเริ่มจากการทำความสะอาดควักไส้และเครื่องในออกมาให้หมด ล้างด้วยน้ำเกลือ ปลาบางชนิดควรล้างด้วยเกลือที่มีความเข้มข้นสูงมาก ๆ และปลาที่มีครีมกว้าง ก็สามารถตัดออกไปได้   เกลือใช้ล้างปลาทุกชนิดได้ แต่ไม่อาจกำจัดกลิ่นคาวออกได้ทั้งหมด ต้องขึ้นอยู่กับประเภทของปลา และอายุของปลาด้วย เกลือจะล้างคาวปลาได้ดีก็ต่อเมื่อเป็นปลาสด และการใส่เกลือมากเกินไปจะทำให้เนื้อปลานั้นเค็มเกินรับประทาน จึงต้องแช่หรือล้างในน้ำเปล่าสะอาดอีก 2 – 3...

วิธีหุงข้าวญี่ปุ่น สำหรับทำซูชิ หรือเมนูข้าวหน้าเนื้อต่าง ๆ ทำอย่างไร ?

"ข้าว" เป็นอาหารหลักของชาวเอเชีย ทั้งยังถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทย, ประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศอินโดนีเซีย และต้องยอมรับว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา วัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นได้เข้ามาแพร่หลายในประเทศไทย ในรูปของซูชิ, ข้าวปั้น และข้าวหน้าต่าง ๆ อาทิ ข้าวหน้าปลาไหล ข้าวหน้าเทมปุระ หรือข้าวหน้าหมูทอด เป็นต้น แต่รู้หรือไม่ว่า...

พะโล้ เป็นอาหารไทย หรือ อาหารจีน

หากพูดถึงเมนู “พะโล้” เราต้องนึกถึง ไข่ต้ม และ หมูสามชั้น กันเป็นอย่างแรก เป็นภาพเอกลักษณ์ของเมนูพะโล้ และมีเนื้อหมูลอยอยู่ในน้ำสีดำ หรือใส่เต้าหู้ทอดเพิ่มเติม เพื่อให้ได้รสชาติเต็มอิ่มยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นเมนูคู่ครัวไทยมานาน แต่ทราบหรือไม่ว่า “พะโล้” เป็นเมนูสัญชาติจีนแท้ ๆ โดยกำเนิด   รสชาติของพะโล้เป็นอย่างไร ? พะโล้มีรสชาติหวานออกเค็ม และผสมผสานกันเพราะได้ความมันจากหมูสามชั้น แต่บางคนที่ไม่ชอบมันมาก ก็เปลี่ยนไปใส่เนื้อหมูไม่ติดมัน มักเสิร์ฟร้อน ๆ รับประทานกับข้าวสวย สามารถเปลี่ยนเนื้อหมู เป็นสัตว์อื่น ๆ ได้ตามชอบ แต่มักนิยมใช้กับสัตว์ปีก อาทิ เป็ด หรือ ห่าน และหอมกลิ่นเครื่องเทศ ซึ่งต้นฉบับจากประเทศจีนบางมณฑลพะโล้จะมีรสเผ็ด แต่คนไทยได้ประยุกต์ลดเครื่องเทศจากจีน เหลือไม่กี่ชนิด และมักทำพะโล้ที่ออกหวานเค็มมากกว่า โดยคงส่วนประกอบอื่น ๆ อย่าง อบเชย กานพลู ดอกโป๊ยกั๊ก เติมด้วยรากผักชี...

ไวน์หวาน ทำจากองุ่นแบบไหน นิยมทางคู่กับอะไร

ไวน์หวาน (Dessert Wine) ไวน์ที่มีรสชาติหวานเข้มข้น หอมอร่อยเหมือนน้ำผึ้ง มีน้ำตาลที่เหลือผ่านจากกระบวนการหมักปริมาณที่มากกว่าไวน์ทั่วไป  ไวน์หวานมีปริมาณน้ำตาลตั้งแต่ 3% – 28% การดื่มไวน์มีมาช้านานตั้งแต่สมัยโรมัน และไวน์ที่ได้รับความนิยมในสมัยนั้นคือไวน์หวาน และไวน์ขาว ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในยุโรป โดยเฉพาะในราชวงศ์ประเทศต่างๆ อีกทั้งยังถูกยกให้เป็นเครื่องดื่มช่วยเรียกน้ำย่อยก่อนมื้ออาหาร ผลองุ่นที่นำมาหมักจะเลือก องุ่นสุกคาต้น ทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน ตากแดดตากลมจนลูกองุ่นเหี่ยวแห้งเกือบเป็นลูกเกด ถึงนำมาหมักต่อไป ถึงแม้จะมีรถชาติที่หวานแต่หากดื่มในปริมาณที่เหมาะสมช่วยส่งเสริมสุขภาพ อย่างเช่น ป้องกันโรคความจำเสื่อม ลดอาการเจ็บคอและเป็นไข้ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ป้องกันมะเร็ง เป็นต้น ปัจุบันไวน์หวานยังคงได้รับความนิยมไม่เปลี่ยน สามารถดื่มได้หลากหลายเมนูอาหาร ไม่เหมือนไวน์แดงที่นิยมดื่มกับอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ช่วยเพิ่มรสชาติของอาหารได้ดี และ ไวน์ขาวดื่มกับอาหารทะเล ช่วยดับความคาว แต่สำหรับไวน์หวานดื่มกับอะไรก็ได้ นิยมเสิร์ฟเพื่อดื่มคู่กับของหวาน ไวน์หวานแบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังนี้ Ice Wine ไวน์หวาน ที่มีรสชาติดีเยี่ยม มีความเย็น เกิดจากองุ่นที่โดนแช่แข็งตามธรรมชาติ ทำให้น้ำตาลในองุ่นเข้มข้นมากขึ้น...

หุงข้าว เป็นศิลปะอาหารอย่างหนึ่ง ที่ไม่มีสูตรตายตัว

การรับประทานข้าวสุกหรือข้าวหุงนั้นมีมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ด้วยกรรมวิธีที่ผ่านการเรียนรู้ถูกผิด ด้วยการเสาะหาธัญพืชที่เข้ากับการบริโภคมากที่สุด แต่ละชนชาติก็มีวัฒนธรรมการรับประทานอาหารที่แตกต่างกัน และการหุงข้าวของแต่ละชาติก็มีสูตรที่แตกต่างกัน จึงกล่าวได้ว่าการหุงข้าวนั้นไม่มีสูตรตายตัว ข้าวเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ที่ให้พลังงานสูงพอที่จะอิ่มทอง และเหมาะที่จะรับประทานกับเนื้อสัตว์ หรือผักได้ทุกชนิด แต่การหุงข้าวที่อร่อยนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ใส่ หากใส่น้ำมากเกินไปข้าวก็แฉะ หากใส่น้ำน้อยเกินไปข้าวก็ไม่สุก และข้าวแต่ละชนิดก็ใช้ปริมาณน้ำที่ไม่เท่ากัน ใช้เวลาที่ไม่เท่ากันอีกด้วย   หุงข้าวด้วยเตาถ่าน สมัยก่อนการหุงข้าวนิยมใช้เตาถ่าน และหุงด้วยหม้อดิน แต่ปัจจุบันหากเป็นบ้านเรือนทั่วไปก็เลิกใช้วิธีนี้แล้วเนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย แต่การหุงข้าวด้วยวิธีนี้เป็นกรรมวิธีที่ได้ข้าวหุงอร่อยที่สุด น้ำเข้าเนื้อ เพราะไอน้ำสามารถระบายออกจากทางรูพรุนของหม้อดินได้ หรือหากใส่กลิ่นใบเตยหรือสมุนไพรอื่น จะยิ่งทำให้ข้าวหอมมาก และได้กลิ่นหอมถ่านอ่อน ๆ อีกด้วย   ความเชื่อเรื่องการหุงข้าว ในตำนานเรื่องเล่าของพระพุทธศาสนามีการกล่าวถึง “ข้าวมธุปายาส” ซึ่งใช้น้ำนมในการหุง ว่าเป็นข้าวที่มีรสชาติอร่อย เกิดจากสตรีผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาได้ทำขึ้นถวายพระพุทธเจ้า ปัจจุบันนี้ก็มีเทคนิคการใช้น้ำนม และสมุนไพรอื่น ๆ อย่าง ใบเตย หรือ อัญชัน เพื่อให้ข้าวหุงมีรสชาติอร่อย หรือมีการใส่งาเพื่อให้เกิดกลิ่นหอม   และการหุงข้าวเพื่อถวายพระ มักเลือกตักข้าวสวยหุงใหม่ ๆ หม้อแรกของวันเพื่อถวายพระ เพราะถือว่าเป็นข้าวที่ดีที่สุด ยังไม่ผ่านการรับประทาน และหากถึงมื้ออาหาร จะต้องตักข้าวให้กับผู้ที่อาวุโสกว่าเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ   ข้าวหอมมะลิหลายสายพันธุ์ของไทยได้ถูกจดทะเบียนพืชจีไอ (GI)...

ประวัติศาสตร์กว่าจะมาเป็น “น้ำมันมะกอก” ที่ใช้ประกอบอาหารในปัจจุบัน

น้ำมันมะกอก เคล็ดลับคู่ครัวตั้งแต่สมัยโบราณ น้ำมันมะกอกเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารหลากหลายประเภท โดยเฉพาะอาหารในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเดียน เช่น อาหารอิตาเลียน อาหารฝรั่งเศส เพราะพื้นที่บริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเดียนเป็นแหล่งกำเนิดของมะกอก ประกอบกับมะกอกเป็นพืชที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ทำให้มะกอกกลายเป็นที่ส่วนประกอบสำคัญในอาหารเมดิเตอร์เรเดียนในเวลาอันรวดเร็ว และยังคงได้รับความนิยมมาจนปัจจุบัน ความเชื่อในยุคกรีก “มะกอก ของขวัญจากเทพีอาธีน่า” ต้นมะกอกมีตำนานการกำเนิดขึ้นตามความเชื่อของชาวกรีกว่าเป็นของขวัญที่เทพีอาธีน่าประทานให้ เนื่องด้วยครั้งนั้นมีการแย่งชิงกันเป็นเทพผู้ดูแลกรุงเอเธนส์ระหว่างเทพโพไซดอนและเทพีอาธีน่า เทพซูสจึงบัญชาว่าหากผู้ใดมอบของขวัญอันล้ำค่าที่สุดให้ชาวเอเธนส์ได้จะได้เป็นผู้ดูแลเมือง เทพโพไซดอนเสกม้าเพื่อใช้งานและการสงคราม เทพีอาธีน่าเสกต้นมะกอกเพื่อใช้ประโยชน์ในทุกส่วน ชาวเมืองเลือกต้นมะกอกของเทพีอาธีน่า ทำให้ต้นมะกอกกลายเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเอเธนส์ และชื่อเมืองเอเธนส์ (Athen) ก็มาจากนามอาธีน่า (Athena) [caption id="attachment_10227" align="aligncenter" width="640"] ใบมะกอกสำหรับร้อยเป็นมาลัยเกียรติยศ[/caption] ในอดีต ชาวกรีกให้ความเคารพต้นมะกอกมาก นอกจากจะนิยมปลูกเพื่อเป็นสิริมงคลแล้ว ส่วนต่าง ๆ ของมะกอกยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในพิธีกรรมทางศาสนา เช่น การใช้ก้านและใบมะกอกขับไล่สิ่งชั่วร้าย และยังมีการนำใบมะกอกมาร้อยเป็นมาลัยแทนเกียรติยศ ผู้ที่ได้รับมาลัยมะกอกถือเป็นการได้รับเกียรติอย่างสูงสุดในชีวิต ในการแข่งขันโอลิมปิกในอดีตก็ใช้ใบมะกอกประดับบนศีรษะผู้ชนะ สหประชาชาติเองก็ใช้ใบมะกอกประดับบนธงแทนสัญลักษณ์ของเสรีภาพและมิตรภาพ การเดินทางของมะกอกในแต่ละยุคสมัย ต้นมะกอกมีหลายสายพันธุ์ โดยมะกอกที่นำมาทำเป็นน้ำมันมะกอกเรียกว่าโอลีฟ (Olive) ตามการบันทึกในประวัติศาสตร์ยังไม่มีการปรากฏอย่างแน่ชัดว่าต้นมะกอกต้นแรกถือกำเนิดขึ้นในพื้นที่ใด โดยซากฟอสซิลของต้นมะกอกโอลีฟที่เก่าแก่ที่สุดที่ขุดค้นพบได้อยู่ที่เมืองมองกาดิโน ประเทศอิตาลี นอกจากพื้นที่ประเทศอิตาลีแล้ว ฟอสซิลของต้นมะกอกโอลีฟยังกระจายอยู่ทั่วไปในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเดียน และทวีปใกล้เคียง...

การจัดจานมีผลต่อการรับประทานอาหารอย่างไร ?

ศิลปะการจัดจานอาหารเกิดขึ้นมากับวัฒนธรรมการรับประทานอาหารทั่วโลก มีทั้งการจัดจานอาหารจานเดียวไปจนถึงการจัดโต๊ะอาหาร เพื่อประหยัดพื้นที่รับประทานอาหารและส่งผลต่อการคัดสรรเมนูเพื่อสุขภาพที่ดีให้แก่ผู้รับประทาน   การจัดจานแบบ T Classic ของชาวยุโรป การจัดจานนั้นมีรายละเอียดตั้งแต่เลือกวางวัตถุดิบ เลือกเมนูอาหาร ไปจนถึงการเลือกจาน เริ่มต้นจากอาหารจานเดียว โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ อาหารหลักที่เป็นเนื้อสัตว์, อาหารจำพวกแป้ง และผัก หากพิจารณาเทียบกับหน้าปัดนาฬิกา มีการจัดวางดังนี้ อาหารหลัก จัดระหว่าง 3 – 9 นาฬิกา อาหารจำพวกแป้ง หรือ คาร์โบไฮเดรต จัดระหว่าง 9 – 12 นาฬิกา อาหารจำพวกผัก จัดระหว่าง 12 – 3 นาฬิกา   9 วิธีจัดจานสไตล์ตะวันตก ชาวตะวันตกมีวิธีการจัดจานอาหารหลากหลายรูปแบบ เฉกเช่นศิลปะบนผืนผ้าใบทีเดียว  มาดูกันว่าการจัดจานแบบยุโรปนั้น มีวิธีจัดวางแบบใดบ้าง? 1) จัดตามขนาดและสัดส่วน (size) ดูจากปริมาณ...

ไวน์ สําหรับปรุงอาหาร มีประเภทอะไรบ้าง เพราะอะไร?

ปรุงอาหาร เลือกไวน์แบบไหน ช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร  ไวน์ (wine) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยทำจากองุ่น ผลไม้อื่นๆ ผ่านกระบวนการหมัก ใช้ความสมดุลเคมีธรรมชาติ หมักโดยที่ไม่ต้องเพิ่มน้ำตาล กรด เอ็นไซม์ หรือสารอาหารอื่น แต่ใช้หมักกับยีสต์ที่จะมาเป็นตัวช่วยให้น้ำตาลในองุ่นเปลี่ยนเป็น เอทานอล และ คาร์บอนไดออกไซด์ ดังนั้นรถชาติไวน์ที่ได้จึงมี สี กลิ่น รส ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับชนิดของยีสต์ สายพันธุ์องุ่น รวมถึงแหล่งเพราะปลูกองุ่น ไวน์ยังเป็นส่วนหนึ่งบนโต๊ะอาหารของชาวฝรั่งเศส เนื่องจากการดื่มไวน์ช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดีก่อนมื้ออาหาร ให้คุณเจริญอาหารมากยิ่งขึ้น หากเลือกดื่มไวน์ถูกประเภทกับเมนูอาหาร อย่างเช่น ดื่มไวน์ขาวกับอาหารซีฟู้ด ช่วยลดความคาวของอาหารทะเลได้ ดื่มไวน์แดงกับเมนูเนื้อสัตว์ ช่วยเพิ่มรสาชาติยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเลือกดื่มไวน์ประเภทไหน หากดื่มในปริมาณที่เหมาะสมช่วยส่งเสริมเรื่องสุขภาพ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยย่อยอาหาร และขจัดพิษจากอาหารทะเล ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย และอีกมากมาย นอกจากนี้ไวน์ยังถูกนำมาเป็นเครื่องปรุงในการประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน หลักๆจะมีไวน์ที่ใช้สำหรับดื่มทั่วไป และ ไวน์ที่ใช้สำหรับการทำอาหาร แต่โดยส่วนใหญ่มักเลือกใช้ไวน์ดื่มในการประกอบอาหารหารมากกว่า เพื่อรสชาติอาหารที่ดีเยี่ยม...