logo
Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus error sit voluptatem accusantium doloremque.
+387648592568
info@elatedthemes.com
Eighth Avenue 487, New York
Instagram Feed
Search

Recipe

เลเยอร์เค้กคืออะไร ? ทำไมถึงทำยากและต้องสั่งทำล่วงหน้าหลายวัน

จากรายการโทรทัศน์ที่พูดถึงการทำขนมเค้กเป็นชั้น ๆ โดยมีโจทย์ว่าต้อง ต้องทำขนมปังหนา 2.5 เซนติเมตรขึ้นไป และต้องทำชั้นของเค้กทั้งหมด 6 ชั้น ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นโจทย์ที่ยาก ถึงขั้นต้องมีการนำมาพูดคุยประเด็นนี้นอกรอบ วันนี้ Water Library ขอนำข้อมูลเกี่ยวกับ Layer Cake มาเล่าให้กับท่านที่สนใจเค้กชนิดนี้   Layer Cake คืออะไร ? ในบรรดาเบเกอร์รี่ ขนมเค้ก เป็นเบเกอร์รี่ที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่ระยะแรก ๆ ควบคู่กับการแปรรูปแป้งจากข้าวต่าง ๆ มาทำขนมปัง และการทำเค้กก็มีการตีแป้งผสมกับส่วนประกอบอื่น ๆ อย่าง เนย, ไข่, น้ำมัน และอื่น ๆ ซึ่งมีกรรมวิธีการอบที่แตกต่างกันออกไป เลเยอร์เค้ก (Layer Cake) ได้รับการตีพิมพ์สูตรไว้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1872 ในฉบับภาษาอังกฤษ (Appledore Cook...

กาลามารี (calamari) คืออะไร ? ทำไมถึงมีอยู่ทุกเมนูร้านอาหารอิตาลี

ในวัตถุดิบที่เหมือนกัน แต่ละประเทศก็มีกรรมวิธีนำไปปรุงแต่งประกอบอาหารได้ใกล้เคียงกัน แม้ในปัจจุบันนี้จะมีการคิดค้นเมนูอาหารฟิวชั่น แต่ความแตกต่างกันก็อยู่ที่เครื่องเทศที่เติมลงไปนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น เมนูปลาหมึกทอด โรยด้วยชีส ที่คนรุ่นใหม่อาจเข้าใจว่าเป็นอาหารเกาหลี แต่ความจริงแล้วมีต้นกำเนิดจากประเทศฝั่งสเปนและอิตาลี หรือเป็นอาหารดั้งเดิมของชาวเมดิเตอร์เรเนียน   หมึกกล้วย เป็นหนึ่งในตระกูลหมึกที่ถูกนำมาทำเมนูอาหารทะเลประเภทเครื่องเคียงมากที่สุด เพราะหาวัตถุดิบง่าย และปรุงคู่กับอะไรก็อร่อย มีการนำมาหั่นเป็นวงกลมและทอดทั้งชิ้น โดยลักษณะหมึกจะเป็นวง หรือนำไปทำหมึกยัดไส้ก็อร่อย   ในภาษาอิตาลี หมึกทอด มีชื่อเรียกว่า กาลามารี (Calamari) มักเสิร์ฟคู่กับเลม่อนฝาน กับมายองเนส ซึ่งหลังจากทอดแล้วจะโรยชีสซึ่งเพิ่มรสชาติให้หมึกอร่อยมากขึ้น อย่างที่ทราบกันว่าประเทศแถบอิตาลี มีความพิถีพิถันเรื่องการทำชีส เมื่อเมนูนี้ออกสู่นักชิมทั่วโลก จึงกลายเป็นเมนูยอดนิยมในร้านอาหารต่าง ๆ ได้ไม่ยาก แม้กระทั่งร้านที่ขายพิซซ่าก็ยังพบ กาลามารี เป็นเครื่องเคียงด้วย   การนำปลาหมึกมาทอดจะช่วยลดกลิ่นคาว และฆ่าเชื้อโรคได้ 100% เพราะความร้อนสูงในการทอดจะทำลายเชื้อโรคที่อาจติดมากับหมึก แม้ว่าจะผ่านการทอดแต่รสชาติของหมึกก็ยังหวานอ่อน ๆ และยังหอม ในรสชาติเค็มอ่อน ๆ อธิบายได้ว่าเหมือนกลิ่นทะเล   นอกจากเมนูหมึกทอดกาลามารี (Calamari) แล้วยังนิยมหั่นหมึกเป็นวงแหวนผัดใส่กับสปาเก็ตตี้เส้นสีดำที่ทำจากหมึก   อีกเหตุผลที่หมึกถูกนำมาทำ อาหารประเภทเครื่องเคียง เพราะคนสมัยก่อน...

“ต้มยำ” เอกลักษณ์อาหารไทย ทำไมถึงอร่อยถูกปาก

“ต้มยำกุ้ง” ได้ถูกยกย่องให้เป็นอาหารประจำชาติไทย เป็นอันดับหนึ่งในเมนูอาหารไทยที่ชาวต่างชาติต้องมาลิ้มรสด้วยตัวเอง และเมนูนี้ได้ถูกยกเป็นเมนู Chef Recommended ของโรงแรมและร้านอาหารหรูทั่วประเทศ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลองเปิดประสบการณ์กับอาหารสไตล์เอเชียตะวันออกกันอย่างเอร็ดอร่อย "ต้มยำ" เอกลักษณ์อาหารไทย ทำไมถึงอร่อยถูกปาก แต่นอกจากเนื้อสัตว์ประเภททะเลที่ใส่ลงในต้มยำแล้ว คนไทยยังนิยมใส่เนื้อหมู่ เนื้อไก่ และเนื้อปลาที่หาได้ตามท้องถิ่น และปรับรสชาติเป็นต้มยำกุ้งน้ำข้น หรือน้ำใสตามความเข้ากันของเนื้อสัตว์และวัตถุดิบ ซึ่งทำให้รสชาติของเมนูแกงประเภทนี้เป็นที่นิยมไปทั่วโลก มาดูกันว่าต้มยำนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง ตัวอย่างวัตถุดิบที่ใส่ในต้มยำ เครื่องแกงในต้มยำ เนื้อสัตว์ในต้มยำ ผักในต้มยำ มันกุ้ง พริกแกง พริกเผา น้ำมะขามเปียก กะทิ นมสด กุ้ง ปลา ปลาหมึก หอย เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว กระดูกอ่อนของเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง ต้นหอมผักชี มะพร้าวอ่อน เห็ด พริกขี้หนู   ต้มยำกุ้งน้ำข้น ต่างจากต้มยำกุ้งน้ำใสอย่างไร? ในเครื่องปรุงต้มยำแต่ละภาคนั้น จะแบ่งลักษณะของต้มยำออกเป็นน้ำข้น กับ น้ำใส เมนูน้ำใสมักจะทำกับปลา โดยใส่สมุนไพรเยอะหน่อยเพื่อดับกลิ่นคาว และอาจจะทำในลักษณะต้มโคล้งโดยใส่น้ำมะขามเปียกแทนน้ำมะนาว กับพริกคั่ว ส่วนต้มยำกุ้งน้ำข้นนั้นมักจะใส่ นม กะทิ หรือมันกุ้ง เพื่อให้รสชาติของเนื้อสัตว์และเครื่องปรุงกลมกล่อม รวมถึงใส่พริกแกงหรือพริกเผาให้น้ำต้มยำมีสีแดงน่ารับประทาน   รสชาติของ “ต้มยำ” ที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติของต้มยำ จะมีรสเปรี้ยว เค็ม และเผ็ดอ่อน ๆ แบบ Spicy  และมีความมันจากเนื้อสัตว์หรือน้ำมันที่ผัดเครื่องต้มยำก่อนนำไปต้มเดือด และหากใช้กระดูกอ่อน มาเป็นวัตถุดิบจะทำให้น้ำต้มยำมีรสชาติดี   ผักที่ใช้ใส่ในต้มยำไม่ใช่สมุนไพรอย่าง ข่า ตะไคร้...

น้ำพริกมะขามอ่อน อาหารพื้นบ้านยอดฮิต แต่มีรายละเอียดที่น่าสนใจ

เผยเคล็ดลับการปรุงน้ำพริกมะขามของร้านพลู สาทร ถ้าพูดถึงอาหารไทย ก็ต้องกล่าวถึง “น้ำพริก”​ ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านที่ถูกปากทุกคนในครอบครัว รับประทานได้ทั้งทุกเพศทุกวัย โดยแต่ละบ้านก็จะมีวิธีการปรุงแต่งแบบฉบับของตัวเองที่แตกต่างกัน แต่ก็จะมีสูตรและวัตถุดิบที่คล้ายคลึงกัน หนึ่งในน้ำพริกที่ได้รับความนิยมก็คือ “น้ำพริกมะขาม” ผัดกับหมูสับ ซึ่งเป็นเมนูที่ทำง่าย และรับประทานได้ทุกวันไม่มีเบื่อ ทำไมถึงนิยมใช้มะขามเป็นวัตถุดิบทำน้ำพริก เพราะมะขามเป็นพืชที่มีความหมายมงคลตามคติความเชื่อของคนไทย จึงเป็นพืชที่นิยมปลูกไว้เกือบทุกบ้านทางทิศตะวันตก เพื่อป้องกันสิ่งไม่ดีไม่ให้เข้ามาในบ้าน และเป็นเคล็ดว่าปลูกไว้ในรั้วบ้านแล้วจะมีผู้คนเกรงขาม  และผลของมะขามก็สามารถนำมารับประทานสด หรือปรุงอาหารได้หลายประเภท อาทิ ผสมกับน้ำปลาหวาน ทำแกงส้ม ต้มไข่ลูกเขย ส่วนประกอบของใบและต้นทั้งหมดมีสรรพคุณทางยา โดยเฉพาะผลมะขามอ่อน มีวิตามินเอสูงมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา และมีสรรพคุณอื่น ๆ เช่น ขับลม และแก้เจ็บคอ เป็นต้น รู้หรือไม่? รสชาติของมะขามที่ออกแต่ละฤดู ก็ไม่เหมือนกัน แม้ว่าเราจะใช้ “มะขาม” เป็นวัตถุดิบปรุงอาหารจำนวนเท่ากันทุกครั้ง แต่บางฤดูกาล มะขามก็ให้รสชาติที่แตกต่างกัน ตามปริมาณของน้ำและสารอาหารที่ได้รับในฤดูนั้น เราจึงไม่สามารถกะได้ว่า มะขามเปรี้ยว กับ มะขามหวาน ในต้นเดียวกัน จะออกรสชาติเหมือนกันทุกครั้งที่เก็บหรือเปล่า?...

น้ำซุปเกี่ยมบ๊วย คืออะไร? ใส่อะไรบ้าง?

มีคำกล่าวว่าคนจีนกินข้าวไม่ดื่มน้ำ แต่จะใช้วิธีการซดน้ำแกงแทน ซึ่งน้ำแกงแต่ละอย่างก็ออกแบบมาให้มีรสชาติแตกต่างกัน แต่ไม่รสจัดเกินกว่าเมนูจานหลัก เพื่อรักษาความสมดุลระหว่างรสชาติ ไม่ให้เค็ม หรือเปรี้ยวจัดไปในทางใดทางหนึ่ง โดยการจัดโต๊ะอาหาร จะต้องมีชามน้ำแกงอย่างน้อย 1 ถ้วย วางอยู่เพื่อเป็นสำรับจานกลางเสมอ และมีมากขึ้นตามจำนวนสมาชิกในมื้ออาหารนั้น และบางตำรับสำรับก็ระบุชัดเจนว่าหากมีกับข้าว 1 อย่างขึ้นไป ก็ต้องมีน้ำแกง 1 ถ้วย ถูกส่งต่อไปกับวัฒนธรรมการจัดโต๊ะจีนด้วย   วันนี้เราจะมาพูดถึงน้ำแกงชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมของคนไทยเชื้อสายจีน นั่นก็คือ “น้ำแกงบ๊วย” หรือที่เรียกว่า “เกี่ยมบ๊วย” อันเป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเป็นเมนูจากคนจีนแน่นอน การต้มน้ำแกงกับบ๊วยนั้นต้องใช้สัดส่วนที่พอเหมาะ เพราะบ๊วยมีรสเค็ม แต่ความหอมของบ๊วยมีสรรพคุณให้ช่วยเจริญอาหารอีกด้วย [caption id="attachment_9658" align="aligncenter" width="668"] น้ำซุปเกี่ยมบ๊วย คืออะไร? ใส่อะไรบ้าง?[/caption] ชาวจีนค้นพบว่าการใส่บ๊วยดองในน้ำแกงและใส่เนื้อสัตว์ที่เป็นเนื้อหมู โดยเฉพาะหมูสับ จะมีรสชาติเข้ากันอย่างเหลือเชื่อ และอาจจะใส่ผักที่พบได้ในท้องถิ่นปรุงแต่งกันเพื่อชูรสชาติที่หอมหวานของบ๊วยเพิ่มเติม และการทำเมนูเกี่ยมบ๊วยนั้น เป็นเมนูง่าย ๆ ที่ใช้เวลาทำไม่นาน และรสชาติดี เมื่อรับประทานคู่กับอาหารอื่น ๆ ก็มักจะเข้ากันได้อย่างดี   เราจึงมักได้รับประทานเมนูเกี่ยมบ๊วยในร้านอาหารจีน...