logo
Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus error sit voluptatem accusantium doloremque.
+387648592568
info@elatedthemes.com
Eighth Avenue 487, New York
Instagram Feed
Search

Blog

History of Steak รู้จักประวัติศาสตร์ที่มาอันยาวนานของเมนูสเต๊กยอดฮิตของคนทั่วโลก

เรื่องของสเต๊กที่คุณอาจจะยังไม่รู้

สเต๊กเป็นอาหารที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน เริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงที่มนุษย์เริ่มรับประทานเนื้อสัตว์ที่ผ่านการล่ามาทำให้สุกที่ผ่านการย่างไฟ ซึ่งมาจากการโยนเนื้อสัตว์เข้าไปย่างไฟ จนพัฒนามาเป็นการแร่เป็นชิ้น ๆ และหมักเนื้อให้เข้ารสก่อนนำไปย่าง

 

คำว่า “สเต๊ก” มีที่มาจากชาวสแกนดิเนเวีย เมื่อราวกลางศตวรรษที่ 15 โดยเขียนเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า ‘Stickna’ และเปลี่ยนแปลงมาเป็น ‘Steak’ ในปัจจุบัน ใช้เรียกการหั่นเนื้อสัตว์ออกเป็นชิ้น ๆ ซึ่งเป็นยุคที่มีการเลี้ยงสัตว์และทำระบบฟาร์มเกิดขึ้นแล้ว โดยเนื้อสัตว์ที่นำมาทำสเต๊กทั่วโลก ได้แก่ เนื้อวัว, เนื้อหมู, เนื้อแกะ, เนื้อแพะ, เนื้อกวาง, เนื้ออูฐ, เนื้อม้า, เนื้อนกกระจอกเทศ, เนื้อจิงโจ้ เป็นต้น

 

ประเทศที่มีการค้าและจำหน่าย “เนื้อสเต๊ก” ได้แก่ อาร์เจนตินา, ไอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, ออสเตรเลีย, แอฟริกาใต้, อังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, ประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ส่วนฝั่งเอเชีย ได้แก่ ประเทศจีน, ประเทศเกาหลี

ในอาร์เจนตินา เนื้อวัวเป็นที่นิยม โดยมีการบันทึกว่าเลี้ยงไว้ถึง 11.8 ล้านตัว เพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูปนำมาบริโภค ซึ่งถือเป็นตลาดเนื้อวัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และถูกส่งขายไปยังประเทศต่าง ๆ โดยนิยมหั่นเป็นชิ้นใหญ่ขนาดประมาณ 454 กรัม เพื่อย่างได้พอดีกับ 1 จาน

ออสเตรเลีย เป็นประเทศที่มีฟาร์มเลี้ยงเนื้อสัตว์แบบเปิดให้สัตว์เลี้ยงได้ใช้ชีวิตในทุ่งหญ้าและอากาศบริสุทธิ์ ลักษณะเนื้อสัตว์ที่นำเข้าจากประเทศออสเตรเลียจึงได้รับความนิยมไปสู่ร้านอาหารดังทั่วโลก แม้แต่ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์หลายแห่งก็เลือกใช้

ไอร์แลนด์ เป็นอีกประเทศที่นิยมรับประทานเนื้อวัว และเป็นสัตว์เศรษฐกิจของประเทศ โดยเลี้ยงเพื่อส่งออกสู่สหราชอาณาจักรถึง 50 เปอร์เซ็นต์

นิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่จริงจังกับการบริโภคเนื้อสเต๊กถึงขั้นจัดงานประกวดการเลี้ยงสัตว์เพื่อนำมาทำสเต๊กโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อวัว หรือ เนื้อแกะ เพื่อให้มีความเหมาะสมในรสชาติ ทั้งความนุ่ม และกลิ่น โดยการประกวดนั้นใช้ตัวชี้วัดละเอียดระดับ pH และน้ำหนักที่สูญหายไประหว่างการย่าง

สหราชอาณาจักร จัดให้สเต๊กเป็นอาหารที่อยู่บนมื้อดินเนอร์มากที่สุด และมีวัฒนธรรมการรับประทานสเต๊กแบบจัดเป็นคอร์สในมื้อพิเศษ โดยใช้การเลี้ยงวัวแบบดั้งเดิม อยู่ในฟาร์มธรรมชาติ ให้เติบโตอย่างช้า ๆ เพื่อให้ได้เนื้อที่นุ่มมากที่สุด โดยทุกปีจะมีวัวกว่า 2.2 ล้านตัว นำมาทำเป็นเมนูสเต๊ก

สหรัฐอเมริกามีพื้นที่มากเหมาะกับการเลี้ยงสัตว์แบบทุ่ง มีระบุจำนวนฟาร์มที่เลี้ยงวัวไว้เกือบ 7 แสนแห่งจากทั่วประเทศ และสร้างรายได้มหาศาลต่อปี ด้วยการส่งออกเนื้อวัว แบบแร่สำเร็จรูปแช่แข็ง เพราะชาวอเมริกานิยมรับประทานทั้งสเต๊ก และเบอร์เกอร์ ซึ่งต้องใช้เนื้อชิ้นใหญ่ ๆ เต็มคำ ทำให้อเมริกามีสัดส่วนค้าค้าเนื้อสเต๊กแบบปลีกสูงถึง 24%

 

ปัจจุบันการบริโภคสเต๊กไม่ได้จำกัดแค่ในยุโรปเท่านั้น ทั่วโลกต้องมีร้านสเต๊กดังบนถนนย่านสำคัญ โดยรูปแบบการย่างสเต๊กไม่ได้มีแค่เนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่ ๆ อย่างเดียว ยังมี “แฮม” หรือ “ไส้กรอก” ที่จะอร่อยจากการหมัก หรือบ่ม ให้มีรสชาติหอมอร่อยขึ้น และปัจจุบันการรับประทานสเต๊กยังเป็นที่นิยมทั่วโลก โดยใช้เนื้อชั่งเป็นกรัม หรือหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำมาปรุงอาหารแบบตามความนิยมของท้องถิ่นต่าง ๆ แต่ความละเอียดอ่อนของการย่าง ก็คือการควบคุมไฟให้เหมาะสมเพื่อให้ได้เนื้อสุกแต่ละระดับไม่เท่ากัน รวมถึงการเลือกซอสหรือไวน์ที่เข้ากับรสชาติของเนื้อนั้น ๆ  ซึ่งคุณสามารถมาหาซื้อเนื้อ หรือเลือกเนื้อให้ทางร้าน The Meat Bar ย่างให้ได้ทุกระดับความสุก เพื่อให้มื้อนี้เป็นมื้อพิเศษสำหรับคนที่รักเมนูสเต๊กโดยเฉพาะ สอบถามเพิ่มเติมโทร 094 726 7777

 

(อ่านบทความแนะนำ :  รีวิว 5 เมนู จากร้าน The Meat Bar @ Central Embassy โดย เชฟแนะนำ)

 

 

The Meat Bar @ Central Embassy 6 fl.