logo
Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus error sit voluptatem accusantium doloremque.
+387648592568
info@elatedthemes.com
Eighth Avenue 487, New York
Instagram Feed
Search

Blog

จิตวิทยาของสีกับการทำอาหาร

รสชาติอาหารที่นอกเหนือจากการปรุงรส

สี หมายถึง สิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า สีอาจเกิดจากธรรมชาติ หรือเป็นสิ่งที่มนุษย์ปรุงแต่งขึ้นก็ได้ ในช่วงชีวิตคนปกติจะมองเห็นสีได้หลายสี สีจึงถือเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคลด้วย เนื่องจากสีแต่ละสีมีเฉดที่ต่างออกไปหลายร้อยหลายพันเฉดสี บางครั้งจึงมีสีที่อาจไม่เคยพบมาก่อน สีเป็นสิ่งที่เสพความงามได้ทางตา ดังนั้น สีในอาหารจึงนับเป็นความงามอย่างหนึ่ง อาหารที่ดีจึงควรมีความสมบูรณ์ทั้งรสชาติ กลิ่น และสีสัน

การจำแนกสีในอาหารไม่ได้หมายความถึงแค่สีสันของอาหารในจานเท่านั้น แต่รวมถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดจาน การเลือกเครื่องดื่ม การจัดแต่งองค์ประกอบของร้าน ทั้งหมดล้วนส่งเสริมต่อการเพิ่มความน่าสนใจในอาหาร อาจกล่าวได้ว่าสีสันเกี่ยวกับอาหารเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ควรใส่ใจ

อิทธิพลของสีในจานอาหาร

ก่อนการรับประทานอาหาร สิ่งแรกที่คนจะมองเห็นในจานอาหาร คือ สีและการตกแต่งจาน โดยผู้บริโภคหลายคนระบุว่าสีมีผลต่อความอยากอาหาร และประสบการณ์ของอาหารที่เชื่อมโยงต่อสีก็มีผลต่อการเลือกรับประทานอาหาร เช่น ในวัฒนธรรมหนึ่งอาจจะคุ้นชินกับน้ำซุปสีดำ เมื่อมีอาหารคาวสีดำมาเสิร์ฟก็จะอนุมานรสชาติถึงซุปชนิดนั้น ขณะที่วัฒนธรรมหนึ่งอาจจะเลือกไม่รับประทาน เนื่องจากไม่คุ้นกับอาหารที่มีสีสันเช่นนั้น

การเสริมให้สีของอาหารดูโดดเด่น นอกจากจะมาจากตัวอาหารเองแล้วยังมาจากการจัดจานด้วย โดยเชฟอาจจะมีการเลือกผัก หรือเครื่องเคียงอื่น ๆ รวมถึงซอสปรุงรส และสีของภาชนะที่ใส่อาหารมาใช้ในการชูจานอาหารให้โดดเด่นและน่ารับประทานยิ่งขึ้น

การใช้สีผสมอาหารก็เป็นกลวิธีหนึ่งในการเพิ่ม และเปลี่ยนสีสันของอาหาร โดยสีผสมอาหารจะถูกใช้เพื่อทำให้สีสันในจานอาหารโดดเด่นขึ้น ในขณะที่บางครั้งสีผสมอาหารก็นิยมใส่เพื่อเปลี่ยนสีอาหารไปเป็นสีอื่น เช่น การผสมในแป้งสีขาว เพื่อเปลี่ยนแป้งเป็นสีอื่นก่อนนำมาประกอบอาหาร นอกจากสีผสมอาหารจะใส่ในอาหารก่อนการปรุงแล้ว บางครั้งสีผสมอาหารก็อยู่ในเครื่องปรุงรส เช่น น้ำจิ้มสุกี้บางยี่ห้อที่มีการเติมสีแดงลงไปให้น้ำจิ้ม เพื่อให้มีสีสันน่ารับประทานยิ่งขึ้น เพราะเมื่อผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องปรุงรส ผู้บริโภคไม่สามารถชิม หรือดมกลิ่นเพื่อเลือกเครื่องปรุงได้ สิ่งที่ช่วยในการตัดสินใจ คือ สี หากเครื่องปรุงมีสีผิดแผกไปจากความคุ้นชินของผู้บริโภคจะทำให้ผู้บริโภคลดความเชื่อถือ และความอยากซื้อสินค้าชิ้นนั้นลง

สิ่งที่กล่าวมาแสดงให้เห็นว่าสีมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างสรรค์อาหาร เป็นการเพิ่มจุดเด่นและความน่ารับประทานของอาหาร อาหารที่มีสีสันสวยงามจะดึงดูดให้ผู้บริโภคต้องการลิ้มรสชาติมากกว่าอาหารที่ไม่เน้นเรื่องสีสัน

การวิจัยเกี่ยวกับสีและอาหาร

จากบทความของ Charles Spence ในเว็บไซต์ Favourjournal ได้กล่าวถึงงานวิจัยหลายเล่มที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของสีและอาหาร โดยเขาได้ระบุว่าสีมีผลต่อความคิดในเรื่องรสชาติของอาหาร เช่น การใส่สีเขียวลงไปในอาหารจะทำให้ผู้รับประทานคาดเดาถึงรสชาติเปรี้ยว อาจเนื่องจากเป็นสีของมะนาว นอกจากนั้นยังมีการทดสอบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้กลุ่มตัวอย่างทดลองชิมไอศกรีมสีชมพู ซึ่งเสียงส่วนใหญ่คาดหวังว่าจะเป็นรสสตรอว์เบอร์รี่ แต่เมื่อชิมแล้วไม่ใช่ตามที่คาดหวังไว้ก็มีบางส่วนไม่ประทับใจในรสชาติ สิ่งนี้เป็นการเชื่อมโยงเรื่องสีกับประสบการณ์การชิมอาหาร

ภายในบทความมีเอกสารอ้างอิงหลากหลาย ส่วนที่น่าสนใจ คือ การรับรู้รสชาติผ่านสี มีการกล่าวถึงสีผสมอาหารไว้อย่างน่าสนใจว่าสีผสมอาหารมีส่วนทำให้คนปรุงแต่งรสชาติขึ้นมาเอง โดยการสันนิษฐานว่าแม้สีผสมอาหารจะไม่มีรสชาติ แต่เมื่อผสมลงในเครื่องดื่ม และให้กลุ่มตัวอย่างลองชิม รสชาติที่ได้รับกลับต่างกัน เนื่องจากการมองเห็นสีในอาหารเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้สามารถรับรสชาติที่เชื่อมโยงกับสีนั้น ๆ ได้ โดยรสชาติที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ บางคนอาจจะรู้สึกถึงความหวานมากขึ้นเมื่อใช้สีชมพู ขณะที่บางคนอาจรู้สึกเหมือนเดิม

การเข้าใจเรื่องสีกับการประกอบอาหารเป็นเรื่องซับซ้อน อาหารจึงเป็นศิลปะที่ต้องมีใจรัก เพราะอาหารที่สมบูรณ์จะต้องมีความครบถ้วนตามองค์ประกอบหลายอย่าง ปัจจุบันมีผู้พยายามศึกษาเรื่องสีที่มีผลต่อการรับประทานอาหาร แต่ก็ได้เพียงข้อสรุปบางประเด็น ยังคงมีการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนถึงความเชื่อมโยงนี้อันนำไปสู่การประกอบอาหารให้เหมาะสมที่สุด

ค่านิยมเรื่องสีในอาหารของผู้บริโภค

ผู้บริโภคล้วนได้รับประทานอาหารมาแล้วหลากหลายชนิดและหลากหลายรูปแบบ ประสบการณ์ในการรับประทานอาหารจะเป็นหนึ่งในตัวกำหนดสีสันของอาหารที่ผู้บริโภคคุ้นชิน โดยมากมักจะเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เช่น อาหารและขนมทั้งแบบปรุงสดและแบบสำเร็จรูปรสกล้วยจะต้องมีสีเหลือง ทั้งที่ความจริงสีของกล้วยอาจจะออกสีขาวก็ได้ แต่ความคิดเรื่องสีของกล้วยจะต้องเป็นสีเหลือง ทำให้ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วยจะต้องใช้สีผสมอาหารสีเหลือง สิ่งนี้เป็นตัวกำหนดการใช้สีในอาหาร เมื่อสีมีผลต่อผู้บริโภคทำให้ผู้ประกอบการเลือกใช้สีที่ตรงกับประสบการณ์อาหารของคนส่วนใหญ่มากที่สุด เช่น แอปเปิ้ลมีหลายสี แต่หากต้องการเน้นถึงความเป็นแอปเปิ้ล มักจะเลือกใช้สีแดง เพราะคนมักจะมีประสบการณ์ร่วมกันเกี่ยวกับแอปเปิ้ลสีแดงมากกว่าสีอื่น การตกแต่งสีเหล่านี้เป็นที่นิยมมากในอดีต แต่หากกล่าวถึงปัจจุบันที่คนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น สีสันของอาหารก็เริ่มมีหลากสีและลดการปรุงแต่งลง ข้าวกล้องสามารถเป็นสีดำอมน้ำตาลได้ โดยไม่ต้องขัดขาว เพราะผู้บริโภคตระหนักถึงสีสันที่แท้จริงมากขึ้น จากเดิมที่เน้นสีเพื่อความสวยงามก็เน้นสีที่เป็นธรรมชาติ การจัดตกแต่งจานอาหารก็เน้นความสวยงามแบบคงสีดั้งเดิมเอาไว้

อาหารแต่ละมื้อคือความพิถีพิถัน ถ้าคุณอยากสัมผัสอาหารรสเลิศ การจัดวางปราณีต พร้อมด้วยสีสันของจานอาหารอันโดดเด่น สามารถรับปะทานได้ที่ร้าน Fine Dining เช่น ร้านอาหารในเครือ Water Library

(อ่านเพิ่มเติม: 3 จุดเด่นและ ความเป็นมาของ Fine Dining)

ร้าน Water Library สาขาจามจุรีสแควร์
เวลาทำการ : ทุกวัน 11:30 – 14:30 และ 18:00 – 22:00 น.
ที่ตั้ง : ถนน พญาไท กรุงเทพมหานคร (ร้านอยู่ในพลาซ่า ชั้น 2 ของจามจุรีสแควร์)
โทรศัพท์ : 02-160-5188, 02-160-5189, 095-085-7777

ร้าน Water Library Brasserie สาขา Central Embassy ชั้น 5
เวลาทำการ : ทุกวัน 11:30 – 14:30 และ 18:00 – 22:00 น.
เบอร์โทรศัพท์ : 02-160-5893, 094-703-7777

ร้าน BRASSERIE BY WATER LIBRARY สาขา CRYSTAL VERANDA ชั้น 2

ที่ตั้ง :  2nd Floor The Crystal Shopping Center, I Building
เบอร์โทรศัพท์ : 094-453-7777