logo
Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus error sit voluptatem accusantium doloremque.
+387648592568
info@elatedthemes.com
Eighth Avenue 487, New York
Instagram Feed
Search

Blog

วิธีเลือกไวน์สำหรับทำอาหาร เพื่อให้ได้รสชาติที่ดี

เมื่อการทำอาหารถือเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง ที่ไม่ได้มีเพียงการนำเอาวัตถุดิบที่มีมายำรวมกันแล้วปรุงรสแบบง่าย ๆ แต่ทุกขั้นตอนการทำอาหารสักมื้อ ล้วนเกิดจากความตั้งใจของพ่อครัวหรือแม่ครัวที่ต้องการดึงเอารสชาติที่ดีที่สุดของวัตถุดิบนั้นออกมา ด้วยวิธีการที่เหมาะสมที่สุด

และหนึ่งในวัตถุดิบที่ช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร นั่นคือ ไวน์ (wine) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งที่ผู้คนจากทั่วโลกนิยมดื่มคู่กับเมนูอาหาร นอกจากนี้ก็ยังนิยมนำมาใช้ในการทำอาหารทั้งคาวและหวานอีกด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่แปลกที่คุณจะพบเห็นไวน์ที่วางขายอยู่ในตลาด มีทั้ง…

แต่ความจริงแล้วการใช้ไวน์สำหรับดื่มในการทำอาหาร จะได้รสชาติที่ดีกว่าการใช้ไวน์สำหรับทำอาหาร เนื่องจากเพราะไวน์สำหรับดื่มจะมีรสชาติดี เข้มข้น กว่าไวน์ปรุงอาหารที่เกิดจากการบ่มองุ่นที่เหลือจากการหมักไวน์สำหรับดื่มนั่นเอง

วิธีเลือกไวน์สำหรับทำอาหาร เพื่อให้ได้รสชาติที่ดี

นอกจากการเลือกใช้ไวน์ที่มีคุณภาพในการทำอาหารอย่าง “ไวน์สำหรับดื่ม” แล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือ การเลือกใช้ไวน์ให้ถูกประเภท ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำว่า ไวน์แบบไหนเหมาะกับการทำอาหารแบบไหน ?

ไวน์สำหรับทำอาหาร Cooking Wines

ไวน์สำหรับทำอาหาร Cooking Wines ทั้งของคาว ของหวาน ที่พ่อครัว แม่ครัว ควรรู้

ไวน์แดงและไวน์ขาว [Dry Red & White Wines]

ไวน์แดงและไวน์ขาว สำหรับทำอาหารโดยเฉพาะ จะเป็นดรายไวน์ (Dry Wine) ไวน์ที่ไม่ได้ปรุงรส ซึ่งเกิดจากการหมักจนกว่าน้ำตาลในองุ่นจะกลายเป็นแอลกอฮอล์จนหมด ทำให้ไวน์แดงและไวน์ขาวแบบดรายเป็นไวน์ที่มีความเข้มข้นของรสองุ่นสูง

เหมาะสำหรับ :

  • ไวน์แดง – เหมาะกับอาหารประเภทเนื้อที่มีสีแดง เพราะช่วยทำให้เนื้อมีความนุ่มและเพิ่มรสชาติให้กับเนื้อ แต่รสชาติจะไม่เปรี้ยว ไม่หวานมากจนเกินไป เนื่องจากปริมาณน้ำตาลต่ำ
  • ไวน์ขาว – เหมาะใช้ในเมนูทะเล เมนูปลา เพราะช่วยดับกลิ่นคาว ทั้งเป็นการใช้ไวน์ขาวเพื่อเพิ่มความหอมมากกว่าเพิ่มรสชาติ

ไวน์ออกซิไดซ์นัตตี้แบบไร้ความหวาน [Dry Nutty/Oxidized Wines]

สำหรับไวน์ออกซิไดซ์ เป็นไวน์ที่เปิดให้สัมผัสกับออกซิเจนมากเกินไปจนรสชาติของไวน์เปลี่ยน ขณะที่นัตตี้ไวน์ เป็นไวน์ที่มีกลิ่นถั่วเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไวน์ที่บ่มจากองุ่น Chardonnay (ชาร์ดองเนย์)

โดย Dry Nutty/Oxidized Wines จะมีกลิ่นและรสชาติต่างกันออกไป ดังนั้น ก่อนนำไวน์ทั้ง 2 แบบ มาประกอบอาหารจึงควรชิมรสชาติของไวน์ก่อน

เหมาะสำหรับ :

  • นิยมใช้ทำน้ำเกรวี่เห็ด เพื่อราดบนเนื้อไก่และหมู หรือใช้กับเนื้อปลาและกุ้ง

ไวน์สวีตนัตตี้แบบออกซิไดซ์ [Sweet Nutty/Oxidized Wines]

เป็นไวน์ที่มีน้ำตาลจากผลไม้ที่ใช้หมัก โดยมากมีอายุมากกว่า 10 ปี ลักษณะของไวน์ประเภทนี้ จะมีความหนืดและเหนียวคล้ายคาราเมล มีรสชาติหวาน

เหมาะสำหรับ :

  • นิยมใช้ทำน้ำเชื่อมเพื่อขนมหวาน คาราเมล หรือไอศกรีมวานิลลา นอกจากนี้ ยังเข้ากันได้ดีกับ “ถั่ว” เนื่องจากไวน์มีรสและกลิ่นถั่วจาง ๆ นั่นเอง

ไวน์ประเภทฟอร์ติไฟด์ หรือพอร์ตไวน์ [Sweet Fortified Red Wines (Port)]

เป็นไวน์ที่มีการเพิ่มแอลกอฮอล์บริสุทธ์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านการกลั่นเข้าไป อย่างบรั่นดี (brandy)ลงไป เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของปริมาณแอลกอฮอล์ลงไปในไวน์ ส่งผลให้ไวน์ประเภทนี้มีแอลกอฮอล์สูงกว่าไวน์ชนิดอื่น

เหมาะสำหรับ :

  • นิยมใส่ในอาหารที่ต้องการความขมเล็ก ๆ ของแอลกอฮอล์ ใช้ได้ทั้งของคาวและของหวาน อาทิ ทำซอสช็อกโกแลต หรือเค้กช็อกโกแลต รวมไปถึงผสมกับซอสสเต็ก เพื่อเพิ่มรสชาติให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

ไวน์ขาว แบบหวาน [Sweet White Wines]

เป็นไวน์ที่มีความหวานสูง แต่มีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำ และมีความเปรี้ยวมากกว่าไวน์แดง จึงเหมาะกับการนำมาดับกลิ่นคาวหรือเพิ่มความสดชื่นให้อาหารที่ใช้ผลไม้รสเปรี้ยว

เหมาะสำหรับ :

  • นิยมใส่ทั้งของคาวและของหวาน อาทิ ทำลูกแพร์ตุ๋นไวน์, ซอสหวานในทาร์ตผลไม้ หรือซอสเนยหวาน เพื่อราดเนื้อปลาและกุ้ง เป็นต้น

ไวน์ข้าว [Rice Wine]

เป็นไวน์ที่ชาวเอเชียคุ้นเคยดี อย่างมิรินของญี่ปุ่น สาโทของไทย และไวน์ข้าวของจีน แต่ไวน์ข้าวของเอเชียไม่นิยมนำมาใส่อาหารมากเท่าของฝั่งตะวันตก

เหมาะสำหรับ :

  • หมักเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เพื่อทำอาหารประเภทบาร์บีคิว รวมถึงใช้ทำซอสบาร์บีคิว

จะเห็นได้ว่ารสชาติและคุณลักษณะของไวน์แต่ละประเภท มีความสอดคล้องกับเมนูอาหารที่จะทำ เพียงแค่คุณต้องเลือกใช้ไวน์ในการปรุงรสชาติอาหารให้ถูกประเภทเท่านั้น

สำหรับใครที่อยากดื่มด่ำกับรสชาติของไวน์แบบไม่ว่าจะผ่านทางการดื่ม สามารถแวะมาชิมอาหารที่ใช้ไวน์ปรุง เพื่อเพิ่มรสชาติของอาหารได้ที่ร้าน Water Library สาขาจามจุรีสแควร์ ร้านอาหารแบบ Fine Dining ที่มีเมนูความอร่อยหลากหลาย พร้อมไวน์ชั้นดีจากแหล่งผลิตชื่อดังของโลก มาให้คุณเลือกจับคู่ความอร่อยกับไวน์สุดโปรด

(อ่านเพิ่มเติม : ไวน์แบบไหน เหมาะกับการรับประทานคู่กับอาหารญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง
Water Library (วอเตอร์ ไลบรารี่ สาขาจามจุรีสแควร์)
เวลาทำการ : ทุกวัน 11:30 – 14:30 และ 18:00 – 22:00 น.
ที่ตั้ง : ถนน พญาไท กรุงเทพมหานคร (ร้านอยู่ในพลาซ่า ชั้น 2 ของจามจุรีสแควร์)
โทรศัพท์ : 02-160-5188, 02-160-5189, 095-085-7777