logo
Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus error sit voluptatem accusantium doloremque.
+387648592568
info@elatedthemes.com
Eighth Avenue 487, New York
Instagram Feed
Search

Blog

ไวน์มีวันหมดอายุไหม? เก็บไว้ได้นานเท่าไร?

วิธีการสังเกตไวน์หมดอายุ สำหรับคนรักไวน์

ไวน์ เป็นเครื่องดื่มที่เกิดจากการหมักผลไม้ด้วยกรรมวิธีพิเศษ นิยมใช้องุ่นเป็นหลัก ไวน์ที่มีชื่อเสียงมักจะอยู่ในพื้นที่ที่มีการปลูกองุ่นมาก โดยส่วนมากไวน์จะมีรสชาติแตกต่างกัน เนื่องมาจากวิธีการหมัก สายพันธุ์องุ่น พื้นที่ที่ใช้ปลูกองุ่น และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ เช่น ดินที่ใช้ปลูกองุ่น สภาพอากาศขณะปลูกองุ่นและขณะหมักไวน์ ความแตกต่างของไวน์แต่ละชนิดเป็นสเน่ห์ของไวน์ ผู้ที่ชื่นชอบการดื่มไวน์จะค้นหารสชาติอันกลมกล่อมจากไวน์หลากหลายแบรนด์ ซึ่งหลายครั้งไวน์เหล่านี้ถูกเก็บไว้ในตู้นานหลายปีจนเกิดคำถามว่าแท้จริงแล้วไวน์มีวันหมดอายุหรือไม่? และการปิดไวน์ด้วยจุกคอร์กหลังการเปิดฝาดื่มจะลดทอนอายุการเก็บรักษาไวน์หรือไม่?

วันหมดอายุของไวน์

ไวน์จะแตกต่างกับเครื่องดื่มประเภทอื่นที่ไม่มีการระบุวันหมดอายุอย่างแน่ชัดบนผลิตภัณฑ์ โดยปกติไวน์ในท้องตลาดจะแบ่งเป็นไวน์สำหรับกินและไวน์สำหรับเก็บ ซึ่งจะมีการกำหนดวันหมดอายุแตกต่างกัน ดังนี้

การดื่มไวน์

การดื่มไวน์

ไวน์สำหรับกิน

ไวน์สำหรับกินเป็นไวน์ที่ผ่านการบ่มหมักจนถึงเวลาเปิดดื่มแล้ว เป็นไวน์ที่นิยมให้เป็นของขวัญ หรือซื้อเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองต่าง ๆ ที่ต้องการเปิดไวน์ดื่ม เป็นไวน์ที่ไม่เหมาะกับการตั้งโชว์ หรือเก็บไว้ในตู้ ควรดื่มให้หมดภายใน 3 เดือนหลังจากซื้อมา ไม่เช่นนั้นไวน์อาจเสื่อมรสชาติได้

ไวน์สำหรับเก็บ

ไวน์สำหรับเก็บเป็นไวน์ที่ไม่สามารถดื่มได้ทันทีจะต้องผ่านการบ่มหมักภายในขวดอีกระยะเวลาหนึ่ง การซื้อไวน์เก็บนิยมซื้อเพื่อรอเวลาอันเหมาะสมในการดื่ม โดยการเก็บอย่างถูกวิธีจะมีผลต่อการดื่มไวน์ อายุของไวน์เก็บจะอยู่ได้ประมาณ 3 ปี เมื่อยังไม่เปิดขวด แต่เมื่อเปิดขวดแล้วจะเก็บได้เพียง 3-5 วันเท่านั้น และควรปิดฝาคอร์กและแช่ตู้เย็นหลังเปิดดื่มเสมอ

การตรวจสอบและสาเหตุของการเสื่อมคุณภาพของไวน์

การปิดฝาไวน์ให้สนิท

การปิดฝาไวน์ให้สนิท

ไวน์มีสี กลิ่น และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง เมื่อไวน์เกิดการเปลี่ยนแปลงจะเป็นการบ่งชี้ถึงการหมดอายุของไวน์ โดยสาเหตุของการเสื่อมสภาพของไวน์ที่สำคัญมีดังนี้

การเข้ามาของออกซิเจนที่มากเกินไป

ออกซิเจนเป็นตัวการหลักที่ทำให้ไวน์มีสี รสชาติ และกลิ่นผิดแปลกไปจากเดิม ในกระบวนการผลิตไวน์จะมีการป้องกันออกซิเจนเข้ามาสัมผัสกับไวน์ที่กำลังหมัก และเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการจะปิดจุกคอร์กป้องกันออกซิเจนเข้าไปทำลายไวน์ การเปิดไวน์หรือการเหลือช่องว่างให้ออกซิเจนสัมผัสกับไวน์จึงเป็นการกระตุ้นให้ไวน์หมดอายุเร็วกว่าที่ควร

การเก็บรักษาที่ผิดวิธี

การเก็บรักษามีผลอย่างมากต่อไวน์ โดยขวดไวน์ควรอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ เช่น ในตู้เย็น ในลังไม้ที่มีความเย็น ไม่ควรตั้งไวน์ไว้ในบริเวณที่แสงแดดส่องถึง และควรระมัดระวังไม่ให้จุกคอร์กเปิดออก เมื่อเปิดดื่มแล้วควรปิดจุกคอร์กกลับไปให้สนิทและเก็บในตู้เย็น เพื่อป้องกันการเสียของไวน์

การใช้งานไวน์ผิดประเภท

ไวน์เป็นเครื่องดื่มที่ผ่านการหมัก และมีขั้นตอนและระยะเวลาในการดื่มอย่างเหมาะสม การนำไวน์ที่พร้อมดื่ม หรือไวน์กินไปเก็บไว้ไม่สามารถช่วยยืดอายุของไวน์ได้นาน เป็นการทิ้งไวน์ไว้ในตู้โชว์หรือในตู้เย็นโดยเปล่าประโยชน์ เพราะไวน์เหล่านั้นได้รับการบ่มมาอย่างพอดีแล้ว ควรดื่มทันทีหลังการซื้อ

สำหรับผู้ที่ศึกษาเรื่องไวน์จะทราบการเปลี่ยนแปลงของไวน์ที่บ่งบอกว่าไวน์ขวดนั้นเสื่อมคุณภาพและไม่เหมาะกับการดื่ม แต่สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มสะสมไวน์อาจจะหาข้อแตกต่างได้ยาก โดยหลักการในการสังเกตไวน์ที่หมดอายุแล้วสามารถสังเกตจากสิ่งต่าง ๆ ดังนี้

สีของไวน์

สีของไวน์ที่หมดอายุ หรือเสื่อมคุณภาพสามารถสังเกตุได้ ดังนี้

  • มีสีขุ่นผิดปกติ ออกสีคล้ำหรือน้ำตาลอย่างเห็นได้ชัด
  • มีฟองลอยอยู่ในไวน์
  • มีแรงดันทำให้จุกคอร์กไม่แน่นสนิทดังเดิม

รสชาติของไวน์

รสชาติของไวน์ที่หมดอายุ หรือเสื่อมคุณภาพสามารถสังเกตุได้ ดังนี้

  • มีกลิ่นเปรี้ยวรุนแรง คล้ายน้ำส้มสายชู หรือของหมักดอง
  • มีกลิ่นหืน และกลิ่นอับอันไม่พึงประสงค์

กลิ่นของไวน์

กลิ่นของไวน์ที่หมดอายุ หรือเสื่อมคุณภาพสามารถสังเกตุได้ ดังนี้

  • มีรสชาติหวานผิดปกติ เกิดจากการโดนความร้อนมากเกินไป
  • มีรสเปรี้ยวโดด คล้ายของเสีย เกิดจากการโดนออกซิเจนมากเกินไป
  • มีอาการซ่า หรือฟองอากาศติดปลายลิ้น เกิดจากการโดนออกซิเจนมากเกินไป

การตรวจสอบคุณภาพของไวน์ก่อนการดื่มเป็นการหลีกเลี่ยงไวน์ที่หมดอายุ และหากพบไวน์ที่มีลักษณะไม่พึงประสงค์ควรทิ้งทันที เพราะกลิ่น สี และรสชาติจะผิดเพี้ยนจนไม่สามารถดื่มด่ำกับไวน์นั้นได้อีก

ไวน์ที่เปิดแล้วควรดื่มให้หมดทันที

ไวน์ที่เปิดแล้วควรดื่มให้หมดทันที

การดื่มไวน์ถือเป็นศิลปะในการดื่มอย่างหนึ่ง ไวน์นิยมเสิร์ฟคู่กับอาหารหลายประเภท รวมถึงมีการจับคู่อาหารและไวน์ที่มีรสชาติสอดรับกัน ร้านอาหาร Fine Dining หลายร้านมีซอมเมอลิเย (Sommelier) คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับไวน์ ซึ่งร้านอาหาร Water Library ก็มีบริการอาหารพร้อมไวน์คุณภาพดีสำหรับผู้ชื่นชอบอาหารสไตล์ Fine Dining เช่นกัน

(อ่านเพิ่มเติม: การเก็บรักษาไวน์แดงที่ถูกวิธี ไม่ให้เสียรสชาติ)

ที่ตั้ง
Water Library (วอเตอร์ ไลบรารี่ สาขาจามจุรีสแควร์)
เวลาทำการ : ทุกวัน 11:30 – 14:30 และ 18:00 – 22:00 น.
ที่ตั้ง : ถนน พญาไท กรุงเทพมหานคร (ร้านอยู่ในพลาซ่า ชั้น 2 ของจามจุรีสแควร์)
โทรศัพท์ : 02-160-5188, 02-160-5189, 095-085-7777