logo
Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus error sit voluptatem accusantium doloremque.
+387648592568
info@elatedthemes.com
Eighth Avenue 487, New York
Instagram Feed
Search

Blog

(TH) รู้จัก “เครื่องดื่มคาเฟอีน” แต่ละประเภท

รู้หรือไม่? ชา กาแฟ มี Caffeine เท่าไหร่ ในบรรดาเครื่องดื่มพรีเมี่ยมที่มีราคาสูงกว่าน้ำเปล่าปกติที่เราดื่มกันเป็นพื้นฐานแล้ว ยังมีเครื่องดื่มกระตุ้นหัวใจที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน นั่นก็คือ “กาแฟ” ซึ่งมีสารที่เรียกว่า “คาเฟอีน” (Caffeine) เป็นสารที่ทำให้ร่างกายเข้าใจว่าได้รับสารสื่อประสาทกระตุ้นให้ร่างกายสูบฉีดเลือดมากขึ้น ถ้าหากได้รับเพียงเล็กน้อยก็ไม่มีอันตราย

ลองทายกันดูสิว่า เครื่องดื่มแบบไหนมีคาเฟอีนสูงบ้าง?

1 กาแฟ Americano / Latte / Cappuccino / Mocha ที่ใส่กาแฟ 2 ช็อต

ปริมาณกาแฟที่ใส่ในถ้วยเข้มข้น 2 ช็อตนี้ มีปริมาณคาเฟอีนอยู่ประมาณ 154 มิลลิกรัม ต่อแก้ว ยกเว้นกาแฟม็อคค่าที่มี 152 มิลลิกรัม โดยที่ความแตกต่างของกาแฟแต่ละกลิ่นขึ้นอยู่กับอุณหภูมิในการคั่วมาเท่านั้น รวมถึงอุณหภูมิของน้ำร้อนที่ชงเพื่อให้ได้รสชาติของกาแฟที่ดูไม่เหมือนกัน แต่คาเฟอีนก็จะอยู่ในระดับเดียวกัน แม้ว่าจะใส่นมหรือช็อกโกแลตเพิ่ม ก็ไม่ได้ลดคาเฟอีนลง

2 กาแฟ Espresso 1 ช็อต

กาแฟเอสเปรสโซ่ มีรสชาติค่อนข้างเข้ม จึงมักนิยมดื่มเพียงช็อตเดียวในช่วงเช้า และไม่เกินช่วงบ่าย ซึ่ง 1 ช็อต มีคาเฟอีนประมาณ 77 มิลลิกรัม ซึ่งก็เพียงพอทำให้หัวใจได้สูบฉีด สำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มกาแฟเข้มมากก็จะเลือกเป็น “เอสเปรสโซ่” ส่วนกาแฟแบบ 3 in 1 ก็จะมีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่าเล็กน้อย  

3 น้ำอัดลมรสโคล่า

เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมประเภทโคล่า มีคาเฟอีนอยู่ที่ 35 – 45 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าน้อยกว่ากาแฟเข้ม ๆ ถึง 3 เท่า จึงเป็นที่มาของบางคนที่ติดน้ำประเภทนี้ เนื่องจากคาเฟอีนมีคุณสมบัติคล้ายกับสารสื่อประสาทชนิดหนึ่งที่กระตุ้นประสาท แต่ก็ไม่ได้ทำให้ถึงขั้นขาดไม่ได้ ซึ่งหากคุณรู้สึกว่าช่วงนี้เริ่มติดมากเกินไป ก็ดื่มลดลงได้

4 ชาดำ

ชาดำ (Black Tea) เป็นใบชาที่มักจะมีรสขมกว่าชาเขียว หรือ ชาจีนทั่วไป เช่น ชาอู่หลง และ ชาอังกฤษ โดยนิยมดื่มคู่กับของหวานในช่วงบ่าย ๆ เป็น Afternoon Tea และมีคาเฟอีนอยู่ประมาณ 40 – 45 มิลลิกรัม ถือว่าพอ ๆ กับ เครื่องดื่มโคล่า แต่มากกว่าชาเขียว

5 ชาเขียว

ชาเขียว ไม่ว่าจะเป็นจากใบชา หรือ มัทฉะ ที่เอาใบชาบดเป็นผง เมื่อชงดื่ม 1 แก้ว จะมีปริมาณคาเฟอีนอยู่เพียง 25 มิลลิกรัมเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในบรรดาเครื่องดื่มคาเฟอีน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการค่อย ๆ ลดปริมาณกาแฟ และต้องการดื่มชาเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง ในประเทศไทย เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน อยู่ในกฎหมายควบคุมอาหาร และตัวผลิตภัณฑ์ซองชาหรือกาแฟ ก็ต้องส่งตรวจเพื่อขอสลากมาติดไว้เพื่อแสดงปริมาณคาเฟอีนให้ผู้บริโภครับทราบด้วย ซึ่งมีกำหนดว่าใน 1 หน่วยบริโภค ควรจะมีคาเฟอีนไม่เกิน 50 มิลลิกรัม และทางการแพทย์ระบุว่า ภายใน 1 วัน ร่างกายของคุณจะรับคาเฟอีนได้สูงสุด 200 มิลลิกรัมเท่านั้น หากเกินไปกว่านั้นก็อาจจะเริ่มมีอาการปวดศีรษะตามมา (อ่านเพิ่มเติม : ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการดื่มกาแฟ) ส่วนช็อกโกแลต ก็เป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มที่เพิ่มปริมาณคาเฟอีนได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะ Dark Chocolate ขนาด 50 กรัม อาจมีปริมาณคาเฟอีนเท่ากับเครื่องดื่มโคล่าเลยทีเดียว รู้อย่างนี้แล้ว ครั้งต่อไปเมื่อจะเลือกเครื่องดื่ม ก็คำนวณปริมาณคาเฟอีนได้เองคร่าว ๆ และเลือกดื่มได้ตามสุขภาพของคุณอย่างปลอดภัย[:]]]>