logo
Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus error sit voluptatem accusantium doloremque.
+387648592568
info@elatedthemes.com
Eighth Avenue 487, New York
Instagram Feed
Search

Blog

ประวัติของ สเต๊ก มีที่มาอย่างไร ? และนิยมใช้เนื้อสัตว์อะไรบ้าง ?

เมื่อพูดถึงอาหารฝรั่ง หนึ่งในเมนูยอดนิยมที่หลายคนคิดถึงคงไม่พ้น “สเต๊ก” เนื้อสัตว์ปิ้งย่างที่มีรสชาตินุ่มและหอมกลิ่นไหม้อ่อน ๆ เกรียมนิด ๆ รับประทานคู่กับเครื่องเคียง อย่างมันฝรั่ง ผักสลัด เฟรนช์ฟราย และเพิ่มรสชาติเข้าไปอีกนิด ด้วยซอสสำหรับสเต๊กหรือซอสมะเขือเทศนั่นเอง แต่ก่อนจะไปลิ้มลองสเต๊กกัน วันนี้เรามารู้จักประวัติของสเต๊กกันให้มากขึ้นดีกว่าค่ะ

ประวัติของ สเต๊ก มีที่มาอย่างไร ?

“สเต๊ก” (Steak) ถือเป็นอาหารที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ที่มีจากการการเปลี่ยนแปลงที่มนุษย์เริ่มรับประทานเนื้อสัตว์ที่ผ่านการล่ามาทำให้สุกที่ผ่านการย่างไฟ ซึ่งมาจากการโยนเนื้อสัตว์เข้าไปย่างไฟ จนพัฒนามาเป็นการแร่เป็นชิ้น ๆ และหมักเนื้อให้เข้ารสก่อนนำไปย่าง จนได้เมนูสเต๊กที่มีความอ่อนนุ่ม และฉ่ำ ถูกปากใครต่อใครหลายคน

สำหรับเมนูสเต๊กนั้น โดยส่วนใหญ่พบแถบทวีปยุโรป เนื่องจากสเต๊กถือเป็นอาหารเก่าแก่และดั่งเดิมมาก ๆ ที่ทำเพื่อรับประทานกับคนในครอบครัว ก่อนจะมีการเปิดเผยวิธีการทำให้นานาชาติได้รู้ ซึ่งแต่ละประเทศต่างพัฒนาสูตรสเต๊กตามแบบฉบับของตนเอง

สเต๊ก นิยมใช้เนื้อสัตว์อะไรบ้าง ?

สเต๊ก นิยมทำมาจากเนื้อแดงอย่างเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อหมู เนื้อนกกระจอกเทศ เนื้อจิงโจ้ หรือเนื้อแพะ ขณะเดียวกันเนื้อปลา เนื้อเป็ด หรือเนื้อไก่ ก็ได้เหมาะนำมาทำเมนูสเต๊กเช่นกัน แต่ดูเหมือนเนื้อที่ถูกอกถูกใจคอสเต๊ก และพบบ่อยที่สุดตามเมนูร้านอาหารฝรั่งโดยทั่วไป แน่นอนว่าหนีไม่พ้นสเต๊กที่ทำมาจาก “เนื้อวัว”

โดยเนื้อส่วนต่าง ๆ ของวัว ที่นิยมนำมาทำสเต๊ก มีดังนี้

เนื้อซี่โครง 

เนื้อส่วนนี้เป็นส่วนที่มีไขมันมาก ทำให้เนื้อมีความนุ่มชุ่มฉ่ำมาก โดยเนื้อที่เลาะเอากระดูกซี่โครงออกแล้ว เรียกว่า Rib-eye ในขณะที่เนื้อส่วนที่ยังมีกระดูกติดจะเรียกว่า Ribs เนื้อส่วนนี้บางคนว่าอร่อยที่สุด เพราะเนื้อมีไขมันแทรกอยู่ทั่วเป็นลายหินอ่อน ทำให้เวลาย่างไขมันที่แทรกอยู่จะค่อย ๆ ซึมละลายออกมาผสมกับเนื้อ ทำให้เนื้อมีความชุ่มฉ่ำและนุ่มลิ้น

เนื้อสัน

เนื้อส่วนนี้เป็นส่วนที่นุ่มที่สุดและมีราคาสูงมีไขมันแทรกอยู่บ้าง แต่ไม่มากเท่า Rib Steak โดยเนื้อสัน แบ่งย่อยออกมาได้เป็น 3 ประเภท คือ

– Tenderloin เป็นเนื้อส่วนที่นุ่มอร่อยที่สุด ด้วยความนุ่มชุ่มฉ่ำที่แทบไม่ต้องเคี้ยว ให้ความรู้สึกเหมือนเนื้อจะละลายในปากทีเดียว

– Strip Loin เป็นเนื้อสันติดมันที่บางคนว่าอร่อยกว่าเนื้อสันใน เพราะมีทั้งความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ มันอร่อย ทั้งยังมีรสชาติเข้มข้นมากกว่าด้วย

– T-Bone Steak คือ เนื้อส่วนที่ได้จากการเฉือนกึ่งกลางระหว่างเทนเดอร์ลอยน์ และเนื้อสตริปลอยน์ (เนื้อสันติดมัน) คั่นกลางด้วยกระดูรูปตัว T ทำให้ถูกเรียกว่าทีโบน ทำให้เราได้ลิ้มรสเนื้อสองแบบในเวลาเดียวกัน

เนื้อสันนอก 

เนื้อส่วนนี้เป็นส่วนที่ต่อจากเนื้อสัน มีความนุ่มน้อยกว่า เนื่องจากเป็นส่วนกล้ามเนื้อมาก ไขมันน้อย แต่เนื้อส่วนนี้รสชาติจัด และราคาถูกกว่าเนื้อสันสามารถนำมาทำสเต๊กได้อร่อยเหมือนกัน

สำหรับใครอยากที่อยากรับประทานสเต็กเนื้อสัมผัสฉ่ำ ๆ นุ่มละลายในปาก ยิ่งทานคู่กับไวน์อร่อยลงตัวสุด ๆ แล้วล่ะก็ ขอเชิญไปพบกับเมนูที่ว่านี้ ได้ที่ร้าน Water Library ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ Water Library สาขาจามจุรีสแควร์, Water Library Brasserie สาขา Central Embassy ชั้น 5 และ ร้าน BRASSERIE BY WATER LIBRARY สาขา CRYSTAL VERANDA ชั้น 2

 

(อ่านเพิ่มเติม : History of Steak รู้จักประวัติศาสตร์ที่มาอันยาวนานของเมนูสเต๊กยอดฮิตของคนทั่วโลก)

 

ที่มาจาก : www.history.com, www.thekitchn.com

 

ร้าน Water Library สาขาจามจุรีสแควร์
เวลาทำการ : ทุกวัน 11:30 – 14:30 และ 18:00 – 22:00 น.
ที่ตั้ง : ถนน พญาไท กรุงเทพมหานคร (ร้านอยู่ในพลาซ่า ชั้น 2 ของจามจุรีสแควร์)
โทรศัพท์ : 02-160-5188, 02-160-5189, 095-085-7777

ร้าน Water Library Brasserie สาขา Central Embassy ชั้น 5
เวลาทำการ : ทุกวัน 11:30 – 14:30 และ 18:00 – 22:00 น.
เบอร์โทรศัพท์ : 02-160-5893, 094-703-7777

ร้าน BRASSERIE BY WATER LIBRARY สาขา CRYSTAL VERANDA ชั้น 2

ที่ตั้ง :  2nd Floor The Crystal Shopping Center, I Building
เบอร์โทรศัพท์ : 094-453-7777